อนุมัติส่งเสริมลงทุน 3.9 หมื่นล้านบาท เปิดแผนพัฒนากิจการท้องถิ่น จุดพลุผลิตหุ่นยนต์-อากาศยาน

 

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ส่งเสริมการลงทุน ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุน 14 โครงการ เงินลงทุนรวม 39,329 ล้านบาท และได้เห็นชอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนท้องถิ่น (Local Investment) ตามข้อเสนอของบีโอไอ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิตการเกษตรในท้องถิ่น และยกระดับแหล่งการท่องเที่ยวในท้องถิ่นให้มีคุณภาพ

ทั้งนี้ มาตรการส่งเสริมการลงทุน เป็นการสนับสนุนให้เกิด 1 ตำบล 1 โรงงานแปรรูปเกษตร 1 แหล่งท่องเที่ยว แบ่งเป็น 3 แนวทางคือ 1. ส่งเสริมให้เกิดโรงงานแปรรูปผลิตผลการเกษตร เน้นกิจการที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่น เช่น การผลิตปุ๋ยชีวภาพ อาหารแปรรูป 2.ส่งเสริมกิจการศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อให้เกษตรกร โรงงานแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่น ผู้ผลิตสินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์ชุมชน มีช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า และเป็นแหล่งสนับสนุนการท่องเที่ยว 3.ส่งเสริมกิจการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เพื่อสนับสนุนการสร้างจุดขายใหม่ๆ ด้านการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ สำหรับกิจการที่สนใจลงทุนภายใต้มาตรการดังกล่าว ต้องยื่นขอรับส่งเสริมภายในปีนี้ และเริ่มการผลิตหรือให้บริการในปี 2560

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนเมืองนวัตกรรมอาหารและคลัสเตอร์อากาศยาน อุปกรณ์อัตโนมัติและหุ่นยนต์ โดยเมืองนวัตกรรมอาหารจะเปิดให้มีการส่งเสริมกิจการนิคมหรือเขตอุตสาหกรรมด้านนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) พร้อมกับกำหนดให้พื้นที่ Food Innopolis ในพื้นที่ของอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เป็นเขตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้ได้รับสิทธิในฐานะเป็นเขตส่งเสริมการลงทุน ขณะที่อุตสาหกรรมอากาศยาน อุตสาหกรรมอุปกรณ์อัตโนมัติและหุ่นยนต์ จะครอบคลุมกิจการผลิตอากาศยาน ผลิตชิ้นส่วน/อุปกรณ์ อุตสาหกรรมสนับสนุน ทั้งเครื่องมือ เครื่องจักร รวมถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์ ในอุตสาหกรรมอวกาศ อากาศยานเพื่อการขนส่ง อากาศยานไร้คนขับ โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมาย 14 จังหวัด อาทิ กรุงเทพฯ เชียงราย พิษณุโลก นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี สงขลา ขณะที่อุตสาหกรรมอุปกรณ์อัตโนมัติและหุ่นยนต์ สามารถตั้งกิจการได้ทุกพื้นที่ ไม่มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย เป็นต้น.

สรรพากรแจงละเอียดยิบเก็บภาษีเงินได้ ไม่เกิน 1.5 แสนบาทได้รับยกเว้นเช่นเดิม

 

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 600) พ.ศ.2559 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2559 แล้ว โดยพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว เป็นการขยายเวลาการใช้อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบ 7 ขั้น ต่อไปอีก 1 ปีภาษี คือในปีภาษี 2559 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2559 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2559 ซึ่งเป็นอัตราภาษีที่ใช้คำนวณสำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ในวันที่ 1 ม.ค.2560 ถึงวันที่ 31 มี.ค.2560

“กรมสรรพากรขอชี้แจงเกี่ยวกับการลดอัตราภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาว่า ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ดังนี้ เงินได้สุทธิตั้งแต่ 1-150,000 บาท ยกเว้น ส่วนที่เกิน 150,000 บาท แต่ไม่เกิน 300,000 บาท เสียภาษี 5% ส่วนที่เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เสียภาษี 10% ส่วนที่เกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 750,000 บาท เสียภาษี 15% ส่วนที่เกิน 750,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท เสียภาษี 20% ส่วนที่เกิน 1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท เสียภาษี 25% ส่วนที่เกิน 2,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 4,000,000 บาท เสียภาษี 30% และส่วนที่เกิน 4,000,000 บาท เสียภาษี 35% สำหรับเงินได้สุทธิหลังจากการคำนวณเงินได้พึงประเมิน หักด้วยค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนแล้ว ในส่วนที่ไม่เกิน 150,000 บาทแรก ยังคงได้รับการยกเว้นภาษีเช่นเดิม”.