2017 Toyota Corolla ไมเนอร์เชนจ์เผยโฉมแล้วในสหรัฐฯ

2017 Toyota Corolla ไมเนอร์เชนจ์เผยโฉมแล้วในสหรัฐฯ

2017 Toyota Corolla ไมเนอร์เชนจ์เผยโฉมแล้วในสหรัฐฯ

     Toyota Corolla ไมเนอร์เชนจ์รุ่นปี 2017 เผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้วที่งานมอเตอร์โชว์กรุงนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา

     Corolla ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ดังกล่าว เป็นเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือที่มีรูปลักษณ์ภายนอก-ภายในแตกต่างจากบ้านเรา โดยพัฒนาต่อเนื่องเป็นเจเนอเรชั่นที่ 11 แล้ว ถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2013 ที่งานนิวยอร์คมอเตอร์โชว์เช่นกัน ดังนั้นอายุตลาดโฉมก่อนไมเนอร์เชนจ์จึงตกอยู่ราว 3 ปีพอดิบพอดี

     ภายนอกของ โคโรลล่า รุ่นปี 2017 ใหม่ ถูกออกแบบด้านหน้าให้มีกระจังหน้าและกันชนหน้าที่ดูสปอร์ตกว่าเดิม ติดตั้งไฟหน้าแบบ LED พร้อม Daytime Running Light แบบ LED ดีไซน์ใหม่บริเวณกันชน ขณะที่ไฟท้ายออกแบบเน้นสีแดงทั้งชุดโคม

     ภายในห้องโดยสารของโคโรลล่าไมเนอร์เชนจ์ ถูกปรับปรุงวัสดุภายในให้มีคุณภาพและผิวสัมผัสที่ดียิ่งขึ้น พร้อมเครื่องเสียงใหม่ระดับพรีเมี่ยม ขยายขนาดหน้าจอจากเดิม 6.1 นิ้ว เป็น 7 นิ้ว

     ขณะที่ระบบความปลอดภัยมีการติดตั้งฟีเจอร์ระดับสูง ‘Toyota Safety Sense P’ ซึ่งประกอบด้วยระบบเบรกอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชั่นป้องกันคนเดินเท้า, ระบบ Radar Dynamic Cruise Control, ระบบเดือนมุมอับสายตาเมื่อเปลี่ยนเลน, ระบบไฟสูงอัตโนมัติ และอื่นๆ

หลุดสเปค Samsung Galaxy S7 อีกรุ่น มาพร้อมชิปเซ็ตตัวใหม่ Helio X25 แบบ 10-Core พร้อม RAM 4 GB

หลุดสเปค Samsung Galaxy S7 อีกรุ่น มาพร้อมชิปเซ็ตตัวใหม่ Helio X25 แบบ 10-Core พร้อม RAM 4 GB คาดวางจำหน่ายเฉพาะในแคนาดาเท่านั้น


ถึงแม้ว่า Samsung Galaxy S7 และ Samsung Galaxy S7 edge จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในหลายๆ ประเทศทั่วโลก รวมไปถึงประเทศไทยแล้วก็ตาม โดยมีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน นั่นก็คือ รุ่นที่ใช้ชิปเซ็ตExynos 8890 ซึ่งเป็นรุ่นที่วางจำหน่ายทั่วโลก และรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 820 ซึ่งวางจำหน่ายเฉพาะในสหรัฐฯ กับจีน แต่ล่าสุด ดูเหมือนว่า Samsung Galaxy S7 จะมีให้เลือกเพิ่มอีกรุ่น เมื่อมีข้อมูล Samsung Galaxy S7 รุ่นใช้ชิปเซ็ต Helio X25 เผยออกมา

โดยข้อมูลดังกล่าว เป็นการทดสอบ Geekbench บนมือถือซัมซุง โมเดล SM-G930W8 หรือ Samsung Galaxy S7 ซึ่งประกอบด้วยชิปเซ็ตทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Exynos 8890, Helio X25 และ Helio X20 โดยตัวอักษร W ต่อท้ายโมเดลนั้น เป็นรุ่นที่วางจำหน่ายเฉพาะในประเทศแคนาดาเท่านั้น

สำหรับชิปเซ็ต Helio X25 และ Helio X20 นั้น เป็นหน่วยประมวลผลแบบ Deca-Core หรือ 10-Core Processor ซึ่ง Helio X25 เป็นรุ่นที่ใหม่กว่า โดยมาพร้อมกับ RAM ขนาด 4 GB ส่วนชิปเซ็ต Helio X20 มาพร้อมกับ RAM ขนาด 3 GB ซึ่งผลการทดสอบ Benchmark จะเห็นว่า ชิปเซ็ต Helio X25 ทำคะแนนได้ใกล้เคียง Exynos 8890

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีข้อมูลว่า สมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าว จะใช้ชื่อ Samsung Galaxy S7 ทำตลาดในแคนาดา หรือเปลี่ยนเป็นชื่อใหม่

ที่มา : gsmarena.com

แปลและเรียบเรียง : techmoblog.com

มาแล้ว ฮอนด้า เปิดตัวปล่อยราคา CIVIC ใหม่ มาครบ 1.8 และ 1.5 เทอร์โบ

หลังจากผลุบๆ โผล่ๆ อยู่นานสองนาน ก็ได้เวลาเปิดผ้าคลุมสำหรับซีดานรุ่นยอดนิยม Honda Civic ใหม่ ยอดขายกว่า 35 ล้านคัน นับจากซีวิคเวอร์ชั่นแรกสุดมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน บ่งบอกถึงความนิยมชมชอบในตัวรถรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี แม้ Civic รุ่นล่าสุด จะเปิดตัวตามหลังสหรัฐอเมริกานานหลายเดือน แต่กระแสความแรงยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง การขับทดสอบ New Civic รุ่น RS เครื่อง 1.5 เทอร์โบของสื่อมวลชนไทยเมื่อเดือนก่อน ตามด้วยการเปิดสายการผลิตในโรงงานของ Honda ที่จังหวัดปราจีนบุรี ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Honda ในด้านยอดขายรถซีดานรุ่นพิมพ์นิยมได้เป็นอย่างดี แนวคิดจักรกลและมนุษย์ที่เชื่อมโยงการออกแบบให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้ คือสิ่งที่ Honda ใช้นำเสนอในงานเปิดตัว

ราคา
Honda Civic 1.8 E 869,000 บาท
Honda Civic 1.8 EL 959,000 บาท
Honda Civic TURBO 1,099,000 บาท
Honda Civic 1.5 TURBO RS 1,199,000 บาท

Honda Civic 1.8 EL

Honda Civic 1.5 TURBO RS

Civic เวอร์ชั่นล่าสุดประจำปี 2016 มีรูปร่างที่ใหญ่โตมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด รุ่น E และ EL เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ไม่มีเทอร์โบนั้น ใช้กระจังหน้าโครเมียมเป็นจุดสังเกต ส่วนรุ่น RS เครื่อง 1.5 เทอร์โบ และรุ่นเทอร์โบ ใช้กระจังหน้าสีดำเน้นความคมเข้มเพื่อสร้างความแตกต่างในด้านมุมมอง ความกว้าง และความยาวที่เพิ่มขึ้น ทำให้ New Civic มีเรือนร่างที่เกือบจะเท่ากับ Honda Accord ซึ่งเป็นรถซีดานไซส์กลางของ Honda รถรุ่นใหม่คันนี้ถูกขยายสัดส่วนให้มีความใหญ่โตขึ้นแทบจะทุกมิติ ยกเว้นส่วนสูงที่ลดลงสวนทางกับความกว้าง และความยาวที่เพิ่มขึ้น ไฟหน้า กระจังหน้า เส้นสายรอบคัน โดยเฉพาะด้านข้างกับแนวหลังคา รวมไปถึงไฟท้าย ถูกเปลี่ยนแปลงใหม่หมด การใช้เส้นที่ตัดกันอย่างรุนแรงกับไฟท้ายทรงแปลกตา ดูลงตัวกับรูปทรงที่เน้นเหลี่ยมมุมของมัน และทำให้ส่วนท้ายของเจ้า New Civic 2016 ไปเหมือนกับรถต้นแบบพลังไฮโดรเจน รุ่น Clarity จากแนวทางการออกแบบที่เน้นค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ ทำให้ส่วนท้ายของรถรุ่นใหม่ดูลาดเท สอดรับกับเส้นสายที่เฉียบคม ไฟท้ายรูปตัวซีใช้หลอดไฟ LED รวมถึงไฟหน้าที่มีการติดตั้งไฟหรี่ LED Daytime Running Light

[How To] เชื่อหรือไม่ แค่เปลี่ยนปลั๊กไฟของ iPhone ก็เพิ่มความเร็วในการชาร์จไฟได้

หลายคนสงสัยว่า การชาร์จไฟมือถือ โดยเฉพาะ iPhone ที่คนรักนักหนานั้นจะเพิ่มความเร็วได้หรือไม่ วันนี้เรามีวิธีที่คุณอ่านแล้วต้องดูปลั๊กชาร์จไฟว่า แค่เปลี่ยนปลั๊กชาร์จไฟใหม่ ก็เพิ่มความเร็วชาร์จได้จริงหรือ มาดูกันเลย

แค่เปลี่ยนที่ชาร์จให้รับไฟขึ้น มีผลกับความเร็วในการชาร์จ ?

ถ้ามองถึงมือถือในกลุ่มของ Android หลายคนจัดมองเรื่องรองรับ Quick Charge 2.0 หรือ 3.0 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของ Qualcomm ที่ทำให้ช่วยการชาร์จไฟของคุณนั้นเร็วขึ้น แต่ถ้าเป็นของ iPhone นั้น เนื่องจากที่ชาร์จดั่งเดิมนั้นมีขนาด 1A (1 แอมป์ ) ซึ่งจะทำให้การชาร์จไฟได้เต็มเร็วที่สุด 155 นาที หรือคิดเวลาง่าย ๆ คือ 2 ชั่วโมง อาจจะนานไปเมื่อเทียบกับการชาร์จอย่าง ยกเว้น Powerbank ที่ถูกจำกัดการจ่ายไฟที่ 1A เท่านั้น

ดังนั้นการหาปลั๊กชาร์จไฟที่สามารถรับไฟได้มากขึ้น เช่นปลั๊กไฟสำหรับชาร์จไฟ iPad มาแทนที่ก็จะทำให้ความเร็วในการชาร์จนั้นสูงขึ้น ถือว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่น่าใช้อยู่ไม่น้อย

เหลือไฟต่ำกว่า 50% แล้วจะชาร์จไฟเร็วขึ้นหรือไม่

โดยปกติแล้วสำหรับ iPhone แล้วการเหลือไฟน้อยกว่า 80% จะทำให้ชาร์จไฟเร็วขึ้น แต่เมื่อเลย 80% ความเร็วในการชาร์จจะถูกทำให้ลดลง เนื่องจากป้องกันเรื่องความร้อนของแบตเตอรี่ซึ่งจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้ง่าย และ ป้องกันเรื่องไฟเกินนั่นเอง ดังนั้นช่วงเวลาการชาร์จที่เคลมไว้ที่ 155 นาทีตามมาตรฐานโรงงาน เหมาะสมแล้วกับการใช้งานจริงอย่างยิ่ง

สุดท้ายแล้วการได้ปลั๊กไฟที่ได้รับมาตรฐานโรงงานและมีการรับรองความปลอดภัย ก็เป็นอีกตัวเลือกที่นอกจากเพิ่มความเร็วในการชาร์จไฟแล้ว ยังทำให้ชีวิดคุณปลอดภัยในการต้องยุ่งกับระบบไฟฟ้าของมือถือเช่นเดียวกัน ดังนั้นอย่าไปงกกับแค่การหาปลั๊กชาร์จไฟจะดีกว่าครับ

ที่มา:Sanook! Hitech

ถ้า iPhone 7 มาพร้อมกล้องคู่แบบ Dual-Camera จะทำงานอย่างไร? มาชมคลิปจำลองการใช้งานกัน

ถึงแม้ว่า ข้อมูลเกี่ยวกับ กล้องด้านหลังคู่แบบ Dual-Camera บน iPhone 7 จะเป็นเพียงแค่ข่าวลือ แต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน เมื่อ แอปเปิล ได้จดสิทธิบัตรเกี่ยวกับระบบกล้องหลายโมดูล และได้รับการอนุมัติแล้วเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ถ้าหากใครยังไม่เห็นภาพว่า กล้องคู่นั้น ทำงานอย่างไร ล่าสุด ทางเว็บไซต์ macrumors ได้ทำคลิปวีดีโอจำลองการใช้งานมาให้ชมกันแล้ว

โดยคลิปวีดีโอดังกล่าว ออกแบบโดย Matt Gonzalez จาก macrumors ซึ่งโชว์ฟีเจอร์ของการใช้ 2 เลนส์พร้อมๆ กัน แต่แยกทำงานคนละหน้าที่ โดยเลนส์ตัวแรก จะเป็นเลนส์ปกติ สำหรับถ่ายภาพแบบ wide-angle ส่วนเลนส์ตัวที่สอง จะเป็นเลนส์แบบ telephoto สำหรับซูมภาพเข้ามา ซึ่งสามารถใช้เลนส์ตัวที่ 1 สำหรับถ่ายภาพนิ่ง และเลนส์ตัวที่สอง สำหรับถ่ายคลิปวีดีโอได้อีกด้วย ส่วนภาพที่ได้ ต้องการให้บันทึกแบบแยก หรือรวมกัน ก็สามารถเลือกได้อีกเช่นกัน

สำหรับระบบการทำงานของเลนส์คู่ตัวที่สองนี้ คล้ายกับการทำงานของระบบ Digital Zoom แต่ดีกว่าตรงที่ใช้เลนส์กับความยาวโฟกัส แทนการซูมผ่านซอฟท์แวร์ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ได้ภาพที่ดีกว่า ไม่สูญเสียรายละเอียดของภาพ และคมชัดกว่าการซูมแบบดิจิตอล

ส่วน iPhone 7 จะมาพร้อมกับกล้องคู่หรือไม่ ในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันได้ จนกว่าจะเปิดตัว iPhone 7 ในเดือนกันยายนนี้

Instagram เริ่มบล็อกลิงก์ไปหาแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆ ที่ถูกแปะไว้ในโพสต์และโปรไฟล์

Instagram เป็นอีกแพลตฟอร์มที่มีการใช้งานเพื่อโปรโมทตัวเองมากที่สุด ด้วยจำนวนผู้ใช้งานกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก การแปะลิงก์ไปสู่แอคเคาท์ของตัวเองบนแพลตฟอร์มอื่นๆ จึงเป็นเรื่องที่ควรจะทำเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม ทาง Instagram เริ่มจะไม่สนับสนุนการนำเอาแอคเคาท์อื่นๆ ที่จะพาผู้ใช้งานออกไปนอกแพลตฟอร์ม Instagram แล้ว จากการสังเกตของ Pavel Durov ผู้ก่อตั้ง Telegram และได้รับการคอนเฟิร์มจากทีมงาน Instagram อย่างเป็นทางการแล้ว

แปลว่า คุณไม่สามารถแปะลิงก์ไปหาแอคเคาท์ส่วนตัวบน Snapchat หรือ Twitter ได้แล้ว ยกเว้นจะเป็นลิงก์ที่จะพาไปยังหน้าโฮมเพจธรรมดาๆ เท่านั้น

Screen Shot 2559-03-03 at 10.59.22 PM

ทางโฆษกของ Instagram ออกมาให้เหตุผลว่า “มันเป็นเพราะแพลตฟอร์มของเราไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการนั้น”

นี่เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ นับตั้งแต่มันเปิดตัวขึ้นมาในปี 2010 ในฐานะแพลตฟอร์มโซเชียลที่บอกเล่าเรื่องราวด้วยรูปภาพ และเริ่มกลายเป็นมีเดียสำหรับโฆษณา จนกระทั่งเริ่มปิดช่องทางการเข้าสู่แพลตฟอร์มภายนอก

ความเปลี่ยนแปลงอันเกิดจากนโยบายนี้จะค่อยๆ ถูกปรับใช้ไปกับทุกแอคเคาท์ใน Instagram โดย ณ เวลานี้ก็ยังมีบางคนใช้มันได้เป็นปกติ แต่ก็เชื่อว่าคงเป็นเวลาไม่นานนัก

อย่าลืมว่า Instagram ยังรองรับการแปะลิงก์ของบล็อกหรือหน้าโฮมเพจต่างๆ ไว้ในโปรไฟล์ผู้ใช้งาน ดังนั้น ไม่ต้องตกใจ

ที่มา ; The Next Web