ด.ญ.โดนเก๋งแล่นทับทั้งตัว แต่กลับเจ็บเพียงเล็กน้อย-ลุกขึ้นเดินได้ทันที (คลิป)

คลิปสุดช็อกนี้ โพสต์ในยูทูปโดย The Viral Vault เผยแพร่เมื่อ 21 ส.ค. 2017 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เมืองเฉินโจว ประเทศจีน กล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์ช่วงที่รถเก๋งคันหนึ่งกำลังเลี้ยวเข้าซอย แต่ไม่เห็นว่ามีด.ญ.วัย 7-8 ขวบนั่งเล่นอยู่ปากทางเข้าลานจอดรถแห่งหนึ่ง ทำให้รถเก๋งแล่นทับร่างของด.ญ.ทั้งหัวและลำตัว แต่พอรถแล่นผ่านไป ปรากฏว่าด.ญ.กลับลุกขึ้นยืน และเดินออกไปทันที เหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าด.ญ.รายนี้ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ฆ่าเผา”น้องพลอย” อดีต”สอ.” รับสิ้น-เร่งพิสูจน์ศพหมกแก่งคอย สาวรง.กรุงเก่า หายไปนาน3ปี แฉหนุ่มคนร้าย ผ่าตัดหน้าใหม่

จับแล้ว! “สิบเอก” รับอุ้ม ฆ่า”น้องพลอย” ทิ้งศพ 3 ปี หลังศัลยกรรมอำพรางใบหน้าหนีไปอยู่กับแฟนใหม่ สารภาพนำศพไปทิ้งในเขตอำเภอแก่งคอย จ.สระบุรี เหตุเพราะความหึงหวงถูกตีตัวออกห่างหลังน้องพลอยจับได้ว่ามีเมียแล้ว เผยโดนตร.-ทหาร ปิดล้อมไร่มันสำปะหลังจนทนไม่ไหวแอบเข้ามอบตัวชายป่าท้ายหมู่บ้านที่โคราช ขณะที่แม่ของน้องพลอยระบุก่อนหน้านี้บอกว่ารอลูกมา 3 ปี ส่งข้อความหาลูกทุกวันแม้ลูกจะไม่ตอบ โดยไม่รู้ว่าลูกสาวได้เสียชีวิตไปแล้ว

จากกรณีนางพัชรี ปั้นทอง พร้อมด้วยนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ทนายความเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อให้เร่งรัดติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ลักพาตัวน.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล ลูกสาวของนาง พัชรีภายหลังหายสาบสูญไปกว่า 3 ปี ที่ศูนย์บริการประชาชนฝั่งสำนักงานก.พ.เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยนางพัชรีระบุว่า ถ้าบุตรสาวยังอยู่จะมีอายุ 28 ปี ได้หายตัวไปขณะเดินทางกลับจากที่ทำงานเมื่อเดือนพ.ค. 2557 โดยมีหลักฐานชี้ว่า ส.อ.พลกฤต วิเศษ เป็นผู้ที่ลักพาตัวบุตรสาวไปเนื่องจากวันเกิดเหตุมีภาพจากกล้องวงจรปิดว่าส.อ.พลกฤตได้ไปจอดรถดักรอแถวที่ทำงานลูกสาว หลังจากวันนั้นก็ขาดการติดต่อกับลูกสาว และส.อ.พลกฤตก็หายตัวไปจึงได้ไปแจ้งความไว้ที่สน.ท่าเรือ จ.พระนครศรี อยุธยา จนเวลาผ่านมากว่า 3 ปีแล้วยังไม่รู้ชะตากรรมลูกสาวว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าเรือ สืบทราบว่าส.อ.พลกฤตได้หลบหนีมาอยู่กับแฟนใหม่ในพื้นที่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา จึงประสานตำรวจ สภ.หนองบุญมาก และทหารจากกรมทหารราบที่ 23 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ กองทัพภาคที่ 2 เข้าปิดล้อมพื้นที่หมู่ 1 ต.หนองไม้ไผ่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เพื่อไล่ล่าจับกุมส.อ.พลกฤต แต่ส.อ.พลกฤตไหวตัวทันหลบหนีเข้าไปในป่าไร่มันสำปะหลังตั้งแต่คืนวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าคดีนี้เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 13 ส.ค. พ.ต.อ.สันติ เหล่าประทาย รองผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และตำรวจชุดสืบสวน สภ.ท่าเรือ ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดนครราชสีมา กรมทหารราบที่ 23 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งไปร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมจับกุมส.อ.พลกฤต ว่าส.อ.พลกฤตได้ยอมเข้ามอบตัวที่บริเวณชายป่าของหมู่บ้านแล้วถูกควบคุมตัวมาสอบสวนที่กรมทหารราบที่ 23 จึงเดินทางไปร่วมสอบสวน โดยมีพ.อ.อดุล บุญธรรมเจริญ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 23 เข้าร่วมสอบสวนด้วย

จากการสอบสวน ส.อ.พลกฤตให้การรับสารภาพว่าไม่ใช่ทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 2 แต่เป็นอดีตทหารสังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ลพบุรี ถูกให้ออกจากราชการเมื่อปี 2557 และได้อุ้มน้องพลอยไปฆ่าก่อนจะนำศพไปทิ้งในเขตอำเภอแก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา สาเหตุเพราะความหึงหวงเนื่องจากน้องพลอยตีตัวออกห่างหลังจากรู้ว่าตนมีภรรยาแล้ว จากนั้นพ.อ.อดุลได้ส่งมอบตัวส.อ.พลกฤตให้กับตำรวจสภ.ท่าเรือ ควบคุมตัวไปสอบสวนและพาไปชี้จุดที่ฝังศพน้องพลอยในพื้นที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้นาย รณณรงค์ แก้วเพชร ทนายความผู้ช่วยเหลือด้านคดีความแม่ของน้องพลอยระบุว่า ส.อ. พลกฤตอาศัยอยู่กับแฟนคนใหม่และได้ศัลยกรรมใบหน้าใหม่ด้วย ขณะที่แม่ของน้องพลอยก่อนหน้านี้บอกว่ารอลูกมา 3 ปี ส่งข้อความหาลูกทุกวันแม้ลูกจะไม่ตอบ โดยไม่รู้ว่าลูกสาวได้เสียชีวิตไปแล้ว

ต่อมาที่สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภาค 1 ได้เดินทางเข้าตรวจสอบสำนวนคดีพบศพหญิงสาวถูกฆ่าและเผาในพื้นที่อ.แก่งคอย จ.สระบุรี หลังจากส.อ.พลกฤต ให้การยอมรับว่าได้ลักพาตัวและฆ่าน้องพลอยโดยนำศพไปเผาที่บริเวณริมถนนสายแก่งคอย-แสลงพัน ระหว่างหลักก.ม.15-16 หมู่ที่ 2 ต.ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีเหตุฆ่าเผาศพที่บริเวณดังกล่าวจริง โดยพบหลักฐานชิ้นส่วนของผู้ตายในที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งได้เชิญตัวมารดาของน้องพลอยมาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ เพื่อใช้ตรวจสอบ หลักฐานทางดีเอ็นเอกับศพเหยื่อหญิง ว่าที่ถูกฆ่าเผาเป็นศพน้องพลอยหรือไม่ ขณะที่ส.อ. พลกฤตถูกควบคุมตัวส่งไปสอบสวนที่มทบ.11

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ภูเก็ตระดมล่า ฆ่ารัดคอสาวหน้าตาดี เด็กเสิร์ฟ หมกห้อง นาน 3 วัน เช็กวงจรปิดฆาตกรโหด

ฆ่ารัดคอ- น.ส.ธิดา โม อายุ 20 ปี พนักงานเสิร์ฟสาวสวยชาวเมียนมา ถูกคนร้ายฆ่ารัดคอเสียชีวิตในห้องพักของร้านอาหาร ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต สันนิษฐานฆาตกรเป็นคนรู้จักใกล้ชิด เมื่อ วันที่ 10 ส.ค.

ตำรวจภูเก็ต เร่งล่าตัวคน ร้ายฆ่ารัดคอสาว พนักงานเสิร์ฟชาวเมียนมา เสียชีวิตอนาถคาห้องพักในตำบลราไวย์ สอบปากคำเพื่อนคนสนิทระบุมีชายหนุ่มชาติเดียวกันมาติดพันมากหลาย เพราะหน้าตาดี ก่อนเกิดเหตุร้านปิด 3 วันเพื่อให้พนักงานที่เข้ามาทำงานผิดกฎหมายไปลงทะเบียนที่ระนอง โดยที่ผู้ตายเฝ้าห้องอยู่คนเดียว พอกลับมาถึงก็พบว่ากลายเป็นศพเสียแล้ว ผกก.สภ.ฉลองเร่งเช็กวงจรปิดหาเบาะแสฆาตกรโหด

เมื่อเวลา 01.40 น. วันที่ 10 ส.ค. พ.ต.ท.ธาดา โสดารักษ์ สารวัตรสอบสวน สภ.ฉลอง ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุฆาตกรรมภายในห้องพัก หลังร้านอาหารในพื้นที่หมู่ 6 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต จึงพร้อมด้วยพ.ต.ท.สุธรรม รัตนสว่างวงศ์ รอง ผกก.ป. นำกำลังชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต และมูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัยรุดไปตรวจสอบข้อเท็จจริง

ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักของพนักงานอยู่หลังร้านอาหารดังกล่าว ภายในห้องพบศพ น.ส.ธิดา โม อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมา พนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหาร สภาพนอนหงายอยู่บนที่นอน สวมกางเกงขาสั้นสีดำ ใส่เสื้อยืดลายขวาง ลิ้นจุกปาก มีเลือดไหลติดอยู่บนที่นอน ที่ลำคอมีเข็มขัดสีดำเส้นเล็กแบบของผู้หญิงพันติดอยู่ ภายในห้องไม่พบร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สิน สภาพศพเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บเข็มขัดเส้นดังกล่าวกลับไปตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง จากนั้นได้นำศพส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียด หาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้ง

จากการสอบถามเพื่อนผู้ตายทราบว่า ผู้ตายเป็นคนหน้าตาดี ร่าเริง สนุกสนาน มีแฟนหนุ่มร่วมชาติเดียวกัน ที่ผ่านมามักมีชายหนุ่มมาเฝ้าติดพันหลายคน ซึ่งตนและผู้ตายทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านเดียวกันและพักด้วยกัน ขณะเกิดเหตุร้านอาหารปิดบริการ 3 วัน เนื่องจากให้แรงงานต่างด้าวที่เดินทางเข้ามา ไม่ถูกต้องเดินทางไปทำหนังสืออนุญาตการทำงานที่จังหวัดระนอง ซึ่งได้เดินทางไปวันที่ 8 ส.ค. ผู้ตายอยู่ที่ห้องพักเพียงลำพัง จากนั้นในเวลาประมาณ 00.30 น.วันที่ 10 ส.ค. ได้เดินทางกลับมาถึงห้องพัก เห็นผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนแล้ว จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

จากการสอบถามแรงงานต่างด้าวที่พักอาศัยอยู่ใกล้เคียงทราบว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ส.ค. พบผู้ตายเดินอยู่หน้าห้อง หลังจากนั้นไม่มีใครเห็นผู้ตายอีกเลย จนเพื่อนชาวเมียนมาที่พักอยู่ด้วยกันกลับมาจาก จ.ระนอง มาพบในสภาพกลายเป็นศพถูกฆ่ารัดคออยู่ในห้องพักแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนรู้จักหรือสนิทกับผู้ตายเป็นอย่างดี จนสามารถเข้ามาภายในห้อง เพื่อพูดคุยหรือตกลงปัญหาบางอย่างกัน แต่ไม่สามารถตกลงกัน จึงถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ส่วนประเด็นการฆาตกรรมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งประเด็นไว้หลายประเด็น ทั้งเรื่องชู้สาว ความขัดแย้งส่วนตัว และเรื่องอื่นๆ

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.ฉลอง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้านและบริเวณรอบๆ ร้าน ตลอดจนใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

‘ศานิตย์’เผยเซลส์แมนกำยาไอซ์ไว้ในมือแน่น! ตอนที่สลบก่อนไปสิ้นใจที่ศิริราช

จากกรณีเจ้าหน้าที่พบศพนายรัติภูมิ พิมใจใส หรือเบิร์ด อายุ 34 ปี เซลส์แมนหนุ่มขายรถยนต์หน้าตาดี หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2559 โดยภรรยาเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ธรรมศาลา เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2560 โดยนายรัติภูมิได้โทรหาผู้จัดการที่ทำงาน เพื่อขอความช่วยเหลือเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมส่งโลเคชั่นบริเวณ ซอยบรมราชชนนี 78 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. ก่อนจะขาดการติดต่อไป

โดยเจ้าหน้าที่พบศพนายรัติภูมิอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ตามที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยให้เบาะแสกับตำรวจชุดคลี่คลายคดี ว่าได้นำตัวชายวิกลจริตซึ่งถูกพบนอนสลบบริเวณตอม่อ 147 เกาะกลางถนนบรมราชชนนีฝั่งขาออก แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน โดยคาดว่าจะเป็นนายรัติภูมิ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรยจเข้าตรวจสอบแล้วปรากฎว่าใช่นายรัติภูมิจริงๆ โดยที่แขนมีรอยสักเป็นรูปดาวตรงกับคำให้การของครอบครัว โดยจากประวัติรับผู้ป่วยของร.พ.ศิริราช ระบุว่าเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 20 ธ.ค.59 ได้รับบุคคลนิรนามดังกล่าวจริง โดยเบื้องต้นพบมีอาการหมดสติและนอนพักรักษาตัวอยู่ 10 วัน ก่อนจะเสียชีวิตลงในวันที่ 30 ธ.ค.59 เวลา 08.30 น.

ต่อมาเวลา 21.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผบช.น. เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบศพชายคนดังกล่าวแล้วเชื่อได้ว่าน่าจะใช่ผู้สูญหาย แต่ยังไม่การตรวจสอบทางกายภาพเท่านั้น ซึ่งเสื้อผ้าและของใช้ต่างๆก็ตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่ตรวจสอบพบนายรัติภูมิรวมถึงรอยสักรูปดาว อย่างไรก็ตามต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทราบจาการตรวจดีเอ็นเอจากพ่อและแม่เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง

เมื่อถามถึงการขยายผลยาเสพติดนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ขอพูดถึงรายละเอียดดังกล่าว เนื่องจากทางเจ้าหน้าตำรวจต้องดำเนินการตรวจสอบก่อน แต่ก็มีข้อมูลว่าระหว่างที่นำตัวส่งโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2559 ที่ผ่านมานั้นได้มีการกำยาไอซ์จำนวนประมาณ 1 กรัมมาด้วย นอกจากนี้ยังต้องให้ทางโรงพยาบาลเป็นผู้ทำการพิสูจน์ทราบว่า สาเหตุการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากสาเหตุใด มีลักษณะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันหรือไม่ เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากสารเสพติดอย่างไร ทั้งนี้คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะทราบผลความชัดเจนในการตรวจสอบรายละเอียดดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ตามล่ากระบะตีนผี!! พุ่งชนพ่อเฒ่าเดินข้ามถนน ดับสยอง แล้วซิ่งหนี เช็กกล้องวงจรปิด

เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 18 ม.ค.60 เจ้าหน้าที่ตรวจ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับเเจ้งเหตุรถยนต์ชนคนเดินเท้าเสียชีวิตเเล้วหลบหนีบริเวณหน้าวัดศรีสุนทร ถนนเทพกระษัตรีฝั่งขาออก ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ชาตรี ชูวิเชียร ร้อยเวรจราจรจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพศรีสุนทรเเละมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพชายทราบชื่อภายหลัง คือ นายสงบ สุขแก้ว อายุ 78 ปี อยู่ในสภาพนอนคว่ำ เลือดไหลทางจมูกและปาก บริเวณเอวและช่วงล่างผิดรูป เจ้าหน้าที่จึงเก็บหลักฐานก่อนนำศพผู้เสียชีวิตส่งให้แพทย์ชันสูตรยังโรงพยาบาลถลางจากการสอบถามเบื้องต้นพบมีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์เล่าว่า เห็นนายสงบเดินข้ามถนนก่อนจะมีรถยนต์กระบะไม่ทราบสีและป้ายทะเบียนวิ่งผ่านมาชนเข้าอย่างจัง จนเสียชีวิต ซึ่งรถคันดังกล่าวหลังเกิดเหตุก็รีบขับหลบหนีไปทางบ้านลิพอน อ.ถลาง อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหารถและคนขับรถคันก่อเหตุดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ผงะ! พนง.เขตนั่งถอนหญ้า เจอศพทารกคลุกดินยัดถุงทิ้งสวนหย่อมแยกยานนาวา

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 ธ.ค. ร.ต.อ.ศรายุทธ์ สันทัด รอง สว.(สอบสวน) สน.บางโพงพาง รับแจ้งเหตุพบศพเด็กทารก ถูกทิ้งไว้บริเวณสวนหย่อมริมถนนยานนาวา ติดกับสามแยกถนนยานนาวาตัดสาธุประดิษฐ์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยพ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางโพงพาง พ.ต.ท.ดุสิต วาลีประโคน รองผกก.สส. พ.ต.ต.ไอยรา อากาศวิภาต สว.สส. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางโพงพาง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) แพทย์นิติเวช จากรพ.จุฬาฯ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบถุงขยะสีดำ ภายในมีกล่องเครื่องมือพลาสติกสีขาว เมื่อเปิดออกพบศพทารกเพศชาย มีอวัยวะครบ ยังมีสายสะดือกับรกติดอยู่ ถูกปิดทับด้วยผ้าขนหนูสีขาวกับสีฟ้า และเศษดินอีกจำนวนหนึ่ง เบื้องต้นแพทย์ระบุว่า อายุครรภ์ประมาณ 5-6 เดือน

จากการสอบสวน นางกัญญารัตน์ วงค์ราชบุตร อายุ 56 ปี พนักงานฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตยานนาวา ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเพิ่งถอนหญ้าบริเวณสวนหย่อมเสร็จ กำลังจะเดินไปนั่งพัก เหลือไปเห็นถุงดำวางอยู่ตรงม้าหิน จึงเดินไปแกะดูก็พบว่ามีกล่องพลาสติกอยู่ภายในถุง เมื่อเปิดฝากล่องออกดูก็พบผ้าสีขาวปิดอยู่ชั้นแรก ต่อด้วยเศษดินกับศพทารก ด้วยความตกใจจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจทันที

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า น่าจะเกิดจากวัยรุ่นที่ทำแท้ง เพราะตั้งท้องโดยที่ยังไม่พร้อม ก่อนนำศพใส่กล่องพลาสติกห่อถุงดำมาทิ้งไว้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดละแวกจุดเกิดเหตุ และบริเวณใกล้เคียงอีกครั้ง เพื่อติดตามตัวผู้ที่นำศพทารกมาทิ้งมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด