‘ศานิตย์’เผยเซลส์แมนกำยาไอซ์ไว้ในมือแน่น! ตอนที่สลบก่อนไปสิ้นใจที่ศิริราช

จากกรณีเจ้าหน้าที่พบศพนายรัติภูมิ พิมใจใส หรือเบิร์ด อายุ 34 ปี เซลส์แมนหนุ่มขายรถยนต์หน้าตาดี หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2559 โดยภรรยาเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ธรรมศาลา เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2560 โดยนายรัติภูมิได้โทรหาผู้จัดการที่ทำงาน เพื่อขอความช่วยเหลือเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมส่งโลเคชั่นบริเวณ ซอยบรมราชชนนี 78 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. ก่อนจะขาดการติดต่อไป

โดยเจ้าหน้าที่พบศพนายรัติภูมิอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ตามที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยให้เบาะแสกับตำรวจชุดคลี่คลายคดี ว่าได้นำตัวชายวิกลจริตซึ่งถูกพบนอนสลบบริเวณตอม่อ 147 เกาะกลางถนนบรมราชชนนีฝั่งขาออก แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน โดยคาดว่าจะเป็นนายรัติภูมิ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรยจเข้าตรวจสอบแล้วปรากฎว่าใช่นายรัติภูมิจริงๆ โดยที่แขนมีรอยสักเป็นรูปดาวตรงกับคำให้การของครอบครัว โดยจากประวัติรับผู้ป่วยของร.พ.ศิริราช ระบุว่าเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 20 ธ.ค.59 ได้รับบุคคลนิรนามดังกล่าวจริง โดยเบื้องต้นพบมีอาการหมดสติและนอนพักรักษาตัวอยู่ 10 วัน ก่อนจะเสียชีวิตลงในวันที่ 30 ธ.ค.59 เวลา 08.30 น.

ต่อมาเวลา 21.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผบช.น. เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบศพชายคนดังกล่าวแล้วเชื่อได้ว่าน่าจะใช่ผู้สูญหาย แต่ยังไม่การตรวจสอบทางกายภาพเท่านั้น ซึ่งเสื้อผ้าและของใช้ต่างๆก็ตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่ตรวจสอบพบนายรัติภูมิรวมถึงรอยสักรูปดาว อย่างไรก็ตามต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทราบจาการตรวจดีเอ็นเอจากพ่อและแม่เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง

เมื่อถามถึงการขยายผลยาเสพติดนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ขอพูดถึงรายละเอียดดังกล่าว เนื่องจากทางเจ้าหน้าตำรวจต้องดำเนินการตรวจสอบก่อน แต่ก็มีข้อมูลว่าระหว่างที่นำตัวส่งโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2559 ที่ผ่านมานั้นได้มีการกำยาไอซ์จำนวนประมาณ 1 กรัมมาด้วย นอกจากนี้ยังต้องให้ทางโรงพยาบาลเป็นผู้ทำการพิสูจน์ทราบว่า สาเหตุการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากสาเหตุใด มีลักษณะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันหรือไม่ เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากสารเสพติดอย่างไร ทั้งนี้คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะทราบผลความชัดเจนในการตรวจสอบรายละเอียดดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ตามล่ากระบะตีนผี!! พุ่งชนพ่อเฒ่าเดินข้ามถนน ดับสยอง แล้วซิ่งหนี เช็กกล้องวงจรปิด

เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 18 ม.ค.60 เจ้าหน้าที่ตรวจ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับเเจ้งเหตุรถยนต์ชนคนเดินเท้าเสียชีวิตเเล้วหลบหนีบริเวณหน้าวัดศรีสุนทร ถนนเทพกระษัตรีฝั่งขาออก ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ชาตรี ชูวิเชียร ร้อยเวรจราจรจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพศรีสุนทรเเละมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพชายทราบชื่อภายหลัง คือ นายสงบ สุขแก้ว อายุ 78 ปี อยู่ในสภาพนอนคว่ำ เลือดไหลทางจมูกและปาก บริเวณเอวและช่วงล่างผิดรูป เจ้าหน้าที่จึงเก็บหลักฐานก่อนนำศพผู้เสียชีวิตส่งให้แพทย์ชันสูตรยังโรงพยาบาลถลางจากการสอบถามเบื้องต้นพบมีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์เล่าว่า เห็นนายสงบเดินข้ามถนนก่อนจะมีรถยนต์กระบะไม่ทราบสีและป้ายทะเบียนวิ่งผ่านมาชนเข้าอย่างจัง จนเสียชีวิต ซึ่งรถคันดังกล่าวหลังเกิดเหตุก็รีบขับหลบหนีไปทางบ้านลิพอน อ.ถลาง อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหารถและคนขับรถคันก่อเหตุดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เสี่ยใหญ่โมโหวัยรุ่นขับปิกอัพเปิดเพลงดัง โบกให้จอดแล้วชักปืนรัวยิงตาย 1 เจ็บอีก 6

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 3 ม.ค. นายชาตรี จันทร์วีรชัย นายอำเภอกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางไปที่ ร.พ.กุยบุรี เพื่อสอบสวนเหตุกลุ่มวัยรุ่นถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวนหลายราย เหตุเกิดบริเวณบ้านเขาขวาง หมู่ 9 ต.กุยเหนือ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบกลุ่มเด็กวัยรุ่นจำนวน 7 รายถูกยิงด้วยอาวุธปืน สันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่าเป็นขนาด 9 ม.ม.และเสียชีวิตแล้ว 1 ราย

ทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย นายสราวุธ แกมไทย อายุ 25 ปี น.ส.ทิพย์สลาลี แกมไทย อายุ 24 ปี นายศิริวัฒน์ แกมไทยอายุ 16 ปี น.ส.สาวิตรี คีรีนิล อายุ 25 ปี นายกรวิชญ์ พิมพ์ศักดิ์ อายุ 18 ปี นายเกรียงไกร แต้ประเสริฐ อายุ 21 ปี ถูกยิงเข้าบริเวณลำตัวและศีรษะอาการสาหัส ส่วนผู้เสียชีวิตคือ นายราเชนทร์ ปราชญ์เปรื่อง อายุ 19 ปี

นายธนกิต แกมไทย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ตำบลกุยเหนือ ให้การว่า ช่วงหัวค่ำ นายสราวุธ แกมไทย ลูกชายผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์กระบะติดเครื่องเสียงเปิดเพลงเข้าไปส่งญาติในหมู่บ้าน และวิ่งผ่านบ้านนายธนโชติ เย็นใจ เจ้าของแพกุ้งโชคศิริชัย ระหว่างขากลับออกมาจากหมู่บ้าน คาดว่าถูกเรียกให้จอดแล้วจ่อยิง พอเสียงปืนดังขึ้นกลุ่มเด็กวัยรุ่นคนอื่นๆ ซึ่งขับรถจักรยานยนต์ตามเข้าไปดู ก็ถูกยิงเรียงตัวจนหมดแม็ก นอนบาดเจ็บจมกองเลือดอาการสาหัสเกลื่อนบริเวณที่เกิดเหตุ บางคนถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ลำตัว แขนและขา อาการสาหัส หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้พาครอบครัวหลบหนีไป

ต่อมาพ.ต.อ.สุชิน กิจกสิกร ผกก.สภ.กุยบุรี พร้อมด้วยร.ต.อ.บัญชา สุขกรง พงส.สภ.กุยบุรี ประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิวัดกุยบุรี ร่วมเข้าให้ความช่วยเหลือนำส่งร.พ.กุยบุรี เพื่อให้แพทย์ดำเนินการรักษาและช่วยชีวิตในเบื้องต้น ก่อนที่จะทยอยนำส่งต่อโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามญาติผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงฝากถึงเจ้าหน้าที่ให้ช่วยรีบดำเนินการจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น เพราะถือว่ากระทำการอุกอาจโหดร้าย

จากการสอบสวนผู้บาดเจ็บทราบว่า ก่อนเกิดเหตุวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา นายสราวุธ แกมไทย และเพื่อนได้เปิดเพลงในรถปิกอัพส่งเสียงดัง ทำให้หลานชายนายธนโชติ หรือเสี่ยน้อย ไม่พอใจจนเกิดมีปากเสียงและชกต่อยกัน ซึ่งหลานเสี่ยน้อยกล่าวอาฆาตว่า “แล้วพบกัน”

กระทั่งคืนวันที่ 2 เวลาประมาณ 20.30 น. เสี่ยน้อยมาดักรอบริเวณริมถนนเลียบชายทะเลสายโพธิ์เรียง-ทุ่งน้อย เมื่อกลุ่มนายสราวุธขับปิกอัพและจยย.ผ่านมา เสี่ยน้อยได้เอาปืนโบกให้รถหยุด แล้วเกิดการทะเลาะเสียงดัง เสี่ยน้อยใช้ปืนจ่อยิงนายราเชนทร์ ปราชญ์เปรื่อง หรือป๊อบ อายุ 19 ปี หลานชายของผู้อำนวยการโรงเรียนกุยบุรีวิทยาเสียชีวิต ก่อนจะยิงเพื่อนๆของนายราเชนทร์ที่วิ่งตามมาช่วยอีก 6 คนได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้ชาย 4 ผู้หญิง 2 คน

นายอำเภอกุยบุรี ได้รายงานให้ ดร.ทวี นริสศิริกุล ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ทราบเหตุการณ์เบื้องต้นเนื่องจากเป็นคดีอุจฉกรรจ์สะเทือนขวัญพี่น้องประชาชน พร้อมกับหารือร่วมกับ พ.ต.อ.สุชิน กิจกสิกร ผกก.สภ.กุยบุรี และพนักงานสอบสวน เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด ขณะนี้ทราบว่าเสี่ยน้อยได้พาครอบครัวหลบหนีออกจากกุยบุรีไปแล้ว พร้อมประสานให้กำนันผู้ใหญ่บ้านภายในพื้นที่ อ.กุยบุรี ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบหาแจ้งข่าวหรือจับกุมตัวเสี่ยน้อยมาดำเนินคดีด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ผู้ช่วยพยาบาลก่อเหตุขโมยเด็กทารกแรกเกิดจาก รพ. อ้างตัวเองแท้งกลัวโดนสามีทิ้ง

ผู้ช่วยพยาบาลเข้าให้ปากคำพร้อม ผอ.รพ.น่าน
เมื่อวันที่ 12 พ.ย. พ.ต.อ.วีระชัย บั้งเงิน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประยูร ชำนาญคง ผู้กำกับ สภ.เมืองน่าน นำกำลังชุดสืบสวน เร่งติดตามคนร้ายก่อเหตุลักพาเด็กทารกแรกเกิดอายุ 10 วัน หนีออกจากโรงพยาบาลน่าน หลังได้รับแจ้งจาก นายแพทย์พงษ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการ รพ.น่าน โดยเร่งสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นหญิง อายุ 22 ปี เป็นผู้ช่วยพยาบาลในโรงพยาบาลน่าน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาล  พบว่าผู้ก่อเหตุได้อุ้มเด็กทารก หลบหนีออกจากประตูหลังของโรงพยาบาลโดยมีรถยนต์มารอรับ
 โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.น่าน และ ชุดสืบสวน สภ.เมืองน่าน เร่งติดตามค้นหา ทั้งที่หอพัก บ้านพัก บ้านญาติและเพื่อนๆ โดยเฉพาะเพื่อนสนิทที่ทำงานอยู่ในแผนกเดียวกัน จนสามารถทราบเบาะแสว่าผู้ก่อเหตุได้พาเด็กทารกมาพักหลบอยู่ที่ร้านเสริมสวย นางญวน (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นร้านของแม่แฟนหนุ่ม ซึ่งคบกันมาประมาณ 1 ปี อยู่ห่างจากโรงพยาบาลน่านเพียง 500 เมตร จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบและจับกุม พร้อมนำเด็กทารกส่งกลับคืนสู่อ้อมอกครอบครัวอย่างปลอดภัย
 จากการสอบสวนนางญวน ให้การว่า ลูกชายพร้อมด้วยผู้ก่อเหตุ ได้พากันมาที่บ้านซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ทำเป็นร้านเสริมสวย โดยผู้ก่อเหตุบอกว่าคลอดลูกแล้ว ขอมาพักก่อน ซึ่งตนก็เห็นว่าไม่ได้เตรียมของสำหรับเด็กอ่อน จึงได้ให้เงินลูกชายได้ซื้อของใช้จำเป็นมา จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม จึงได้ทราบว่าผู้ก่อเหตุขโมยเด็กทารกออกมาจากโรงพยาบาล ขณะที่ตัวของแฟนหนุ่มก็ยังรู้สึกงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 ทางด้าน พ.ต.อ.ประยูร  ชำนาญคง ผู้กำกับ สภ.เมืองน่าน  เปิดเผยหลังสอบปากคำผู้ต้องหา โดยมีเพื่อนสนิทและ นพ.พงษ์เทพ  วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการ รพ.น่าน ร่วมกันให้ข้อมูล ทำให้ทราบว่า ผู้ต้องหามีประวัติการตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาลน่าน มีกำหนดคลอดวันที่ 20 พ.ย.59 แต่ผู้ต้องหาให้การว่าได้แท้งลูก และกลัวว่าจะถูกฝ่ายชายทอดทิ้ง จึงได้วางแผนทำทีไปขอชั่งน้ำหนักเด็กทารกในแผนกคลอดกับผู้เป็นแม่ จากนั้นจึงได้นำเด็กหนีออกจากโรงพยาบาลโดยหลอกให้แฟนหนุ่มมารอรับ จนกระทั่งถูกติดตามจับกุม
 โดยพนักงานสอบสวนได้บันทึกคำให้การพร้อมตั้งข้อกล่าวหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันควร เพื่อดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ฝากแจ้งเตือนถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเกิดขึ้นจากความไว้เนื้อเชื่อใจเนื่องจากผู้ต้องหาเป็นผู้ช่วยพยาบาลที่อ้างถึงการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตามขอให้พ่อแม่ทุกคนอย่าได้ไว้ใจปล่อยเด็กไปกับคนแปลกหน้าไม่ว่ากรณีใดๆก็ตามขอให้ติดตามเด็กอย่าให้คลาดสายตา
ที่มา>>>ข่าวสด

คำสารภาพพ่อลูกอ่อน ลักรถยนต์เพราะกลัวลูกเปียกฝน

คำสารภาพพ่อลูกอ่อน ลักรถยนต์เพราะกลัวลูกเปียกฝน

            ความคืบหน้าคดีคนร้ายอุ้มเด็ก 3 ขวบก่อเหตุลักรถยนต์โตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 5กพ7147 กทม.ที่เต้นท์ขายรถ หมู่ 6 ถนนบางไผ่-หนองเพรางาย ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทองจ.นนทบุรี โดยทิ้งรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิ๊ก สีน้ำเงิน ทะเบียน กณ7422 กทม.ไว้ภายในเต้นท์รถ

จากนั้นได้ขับรถยนต์หนีจนเกิดอุบัติเหตุชนกับตอหม้อสะพานและแท่งปูนแบริเออร์ จนรถคันดังกล่าวได้รับความเสียหาย ส่วนคนร้ายได้อุ้มเด็กหลบหนีหลังเกิดเหตุ โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 17.51 น. ของวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (20 ก.ย.) เวลา 22.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี สืบทราบว่า บิดา-มารดาได้นำตัวนายวีรพันธ์ อายุ 24 ปี ซึ่งอุ้มลูกชายวัย 3 ขวบ ก่อเหตุลักรถยนต์ในเขตพื้นที่ สภ.บางบัวทอง เข้าทำการรักษาตัวที่ รพ.ศรีธัญญา ถนนติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปที่ รพ.ศรีธัญญา พร้อมประสานแพทย์เวรและแสดงหมายจับกุมตัว

จากการตรวจสอบประวัติการรักษาคนไข้แล้ว ไม่พบว่านายวีรพันธ์มีประวัติการรักษาอาการป่วยทางจิตที่นี่แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ทันที โดยมีการทำหนังสือจากทางแพทย์แนบท้ายไว้ว่า หากพบผู้ต้องหารายนี้มีอาการป่วยทางจิต ก็ให้นำตัวกลับมาพักรักษาอาการได้ในภายหลัง

จากการสอบสวน นายวีรพันธ์ ผู้ต้องหา ทราบว่า หลังก่อเหตุได้พาลูกชายนั่งรถแท็กซี่หลบหนีไปพักที่บ้านญาติย่านวงศ์สว่าง จากนั้นเช้าวันนี้ญาติได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าวเนื่องจากผู้ต้องหาเคยมีอาการทางประสาท

ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุครั้งนี้ เนื่องจากทะเลาะกับภรรยาจึงได้พาลูกชายวัย 3 ขวบ ขับรถจยย.ซึ่งเป็นรถของบิดาออกมาจากที่พักย่านสีลม โดยขับรถมาเรื่อยๆ เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุฝนตกถ้าขับรถจยย.ไปคงไปไม่ถึงบ้านพี่ชาย และกลัวว่าลูกชายจะเปียกฝนแล้วไม่สบาย จึงได้ก่อเหตุลักรถยนต์ดังกล่าวเพื่อขับไปหาพี่ชายที่ จ.กาญจนบุรี

ด้าน นายวีรยุทธ อายุ 32 ปี พี่ชายผู้ต้องหา กล่าวว่า น้องชายเวลาดื่มสุราเข้าไปสมองจะไม่ค่อยปกติ จากการที่เขาขับรถจยย.พาลูกชายไปบวกกับอาการที่เขาอดนอนมา 2-3 คืนแล้ว หลังจากที่มีปัญหากับที่บ้านและดื่มสุรามา เมื่อมาถึงเต้นท์รถน้องชายกลัวว่าลูกชายจะเปียกฝน เพราะว่าจะไปหาตนที่ จ.กาญจนบุรี ถ้าคิดจะขโมยรถคงไม่เอาลูกชายไปด้วย ตอนก่อเหตุนน้องชายคงไม่มีสติ

เบื้องต้น พบว่าเด็กชายวัย 3 ขวบเป็นลูกชายของผู้ต้องหา ชื่อ ด.ช.ไทด์ (นามสมมุติ) หลังเกิดเหตุรถยนต์ชนกับตอหม้อสะพาน ได้รับบาดเจ็บมีรอยช้ำที่หน้าอกซ้ายและแขนซ้ายญาติได้ดูแลไว้ ส่วนผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหา วิ่งราวทรัพย์ซึ่งหน้า

สำหรับอาการทางประสาทที่ญาติอ้างว่าผู้ต้องหามีอาการต้องรอแพทย์จาก รพ.ศรีธัญญา ตรวจรักษาและออกใบรับรองแพทย์ เพื่อนำมาประกอบสำนวนก่อนส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

นนทบุรี ตำรวจรวบตัวโจรพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 3 ขวบก่อเหตุลักรถยนต์ย่านบางบัวทองแล้ว

นนทบุรี ตำรวจรวบตัวโจรพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 3 ขวบก่อเหตุลักรถยนต์ย่านบางบัวทองแล้ว

นนทบุรี ตำรวจรวบตัวโจรพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 3 ขวบก่อเหตุลักรถยนต์ย่านบางบัวทองแล้ว

นนทบุรี ตำรวจรวบตัวโจรพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 3 ขวบก่อเหตุลักรถยนต์ย่านบางบัวทองแล้ว

นนทบุรี ตำรวจรวบตัวโจรพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 3 ขวบก่อเหตุลักรถยนต์ย่านบางบัวทองแล้ว

ที่มา:sanook

แก๊งสาวนุ่งบิกินี่เที่ยวโบกรถขอเงินคนขับรถ ชี้นี่เป็นหนึ่งในวิธีหาสามี (ชมคลิป)

แก๊งสาวนุ่งบิกินี่เที่ยวโบกรถขอเงินคนขับรถ ชี้นี่เป็นหนึ่งในวิธีหาสามี

          สาวรัสเซียผุดภารกิจสุดแปลก นุ่งบิกินี่ตัวจิ๋วเที่ยวดักรถราบนถนน เพื่อขอเงินคนขับ อ้างจะเอาไปซื้อเสื้อผ้า ระบุนี่เป็นหนึ่งหนทางที่จะช่วยหาสามี เฮ้ เดี๋ยวนะ !!

รายงานจากเว็บไซต์มิเรอร์ ระบุว่า ภาพเหตุการณ์นี้บันทึกได้จากเมืองคาซาน รัฐตาตาร์สถาน ประเทศรัสเซีย ปรากฏภาพของหญิงสาวในชุดบิกินี่จิ๋วกลุ่มหนึ่ง กำลังรุมล้อมรถยนต์ที่ขับผ่านไปบนถนนมอเตอร์เวย์ โดยหลังจากที่พวกเธอได้โบกรถให้คนขับรถหยุดแล้ว พวกเธอพากันบอกคนขับว่าต้องการเงิน 100 รูเบิล (ราว 50 บาท) ไปซื้อเสื้อยืด เพื่อจะเดินทางไปที่เมืองเมืองหนึ่ง พวกเธอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ได้โปรดช่วยเหลือพวกเธอด้วย

นอกจากจะเป็นภาพที่แปลกตาแล้ว ความจริงเบื้องหลังภาพนี้ยิ่งทำให้มึนตึ้บเข้าไปอีก เมื่อสื่อรัสเซียได้เผยว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของเวิร์กช็อปคอร์สสอนหญิงสาวหาสามี โดยวิธีที่เห็นอยู่นี้เป็นหนึ่งในบทเรียนของคอร์ส -“-

แก๊งสาวนุ่งบิกินี่เที่ยวโบกรถขอเงินคนขับรถ ชี้นี่เป็นหนึ่งในวิธีหาสามี

แก๊งสาวนุ่งบิกินี่เที่ยวโบกรถขอเงินคนขับรถ ชี้นี่เป็นหนึ่งในวิธีหาสามี

 

ที่มา:kapook

เฮ้ยมันเอาจริง แก๊งหมาจรจัดแห่ล้อมรถ กัด-ง้างซะเสียหาย (ชมคลิป)

แก๊งหมาจรจัดแห่ล้อมรถ กัด-ง้างซะเสียหาย
แก๊งหมาจรจัดแห่ล้อมรถ กัด-ง้างซะเสียหาย

แก๊งหมาจรจัดในรัสเซียออกตระเวนกลางดึก รุมล้อมรถที่จอดทิ้งไว้ ร่วมกันกัดทำลายกระจังห้าหลุด ทิ้งรอยขีดข่วนให้ดูต่างหน้า

เว็บไซต์เมโทร เผยคลิปชวนฉงนจากรัสเซีย เมื่อรถโฟล์คสวาเกน รุ่น Tiguan  ที่นายเดนิส มาคารอฟ เป็นเจ้าของ จอดทิ้งไว้เพียงข้ามคืน กลับมาก็เจอสภาพชิ้นส่วนกระจังหน้าหลุด ขอบซุ้มล้อถูกงัด และรอยขีดข่วนอีกจำนวนมากที่ตัวถัง เมื่อไปเปิดคลิปกล้องวงจรปิดดูก็ต้องอึ้งกับสิ่งที่เห็น เพราะคนร้ายผู้ลงมือนั้น คือฝูงหมาจรจัดนับสิบตัว !

แก๊งหมาจรจัดแห่ล้อมรถ กัด-ง้างซะเสียหาย

เหล่าหมาจู่ ๆ ไม่รู้ยกโขยงมาจากไหน เข้ามาห้อมล้อมรถเอาไว้ แล้วก็กัดแทะทำลายชิ้นส่วนด้านหน้ารถ โชคดีที่ดูเหมือนพวกมันจะหมดความสนใจลงเร็ว และจากไปในเวลาสั้น ๆ ไม่อย่างนั้นรถอาจเสียหายมากกว่านี้

ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รถยนต์รุ่นดังกล่าวถูกสุนัขกัดทำลาย เพราะก่อนหน้านี้มีเจ้าของรถโฟล์คสวาเกน Tiguan อีกคันหนึ่งที่อยู่ในละแวกเดียวกัน ระบุว่า รถของตนก็โดนฝูงมารุมแทะเสียหายมาแล้ว

แก๊งหมาจรจัดแห่ล้อมรถ กัด-ง้างซะเสียหาย

แก๊งหมาจรจัดแห่ล้อมรถ กัด-ง้างซะเสียหาย

แก๊งหมาจรจัดแห่ล้อมรถ กัด-ง้างซะเสียหาย

ที่มา:kapook

เผยโฉม Toyota Estima และ Estima Hybrid ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ เคาะเริ่ม 1.075 ล้านบาท

เผยโฉม Toyota Estima และ Estima Hybrid ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ เคาะเริ่ม 1.075 ล้านบาท

     Toyota Estima และ Estima Hybrid โฉมไมเนอร์เชนจ์ใหม่ เริ่มวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ปรับหน้าตาโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น เคาะราคาจำหน่ายเริ่มต้น 1.075 ล้านบาท

     Estima และ Estima Hybrid ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ถูกออกแบบด้านหน้าให้ดูโฉบเฉี่ยวขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยไฟหน้าและกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมเส้นสายยาวลงมาถึงกันชนคล้ายกับรุ่น Sienta ด้านหลังถูกออกแบบไฟท้ายใหม่ถูกสปอร์ตยิ่งขึ้น

     ตัวถังภายนอกยังสามารถเลือกสีแบบทูโทนที่จะมาพร้อมหลังคาสีดำได้ ขณะที่สีตัวถังมีให้เลือกกว่า 10 สีในตลาดญี่ปุ่น

     เบาะนั่งภายในห้องโดยสารหุ้มด้วยวัสดุหนัง Nubuck ที่ให้ความนุ่มละเอียด ตกแต่งวัสดุต่างๆ เช่น แผงคอนโซล, พวงมาลัย ด้วยวัสดุซาติน เพิ่มความหรูหราภายในห้องโดยสาร

     Estima และ Estima Hybrid ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ติดตั้งระบบป้องกันการชน ‘Toyota Safety Sense C’ รวมถึงปรับปรุงช่วงล่างใหม่ให้รองรับการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น

     ราคาจำหน่าย Toyota Estima ไมเนอร์เชนจ์ในญี่ปุ่นอยู่ที่ราว 1.08 – 1.22 ล้านบาท และ Estima Hybrid อยู่ที่ 1.42 – 1.62 ล้านบาท

Estima/Estima Hybrid
Estima/Estima Hybrid
Estima/Estima Hybrid
Estima/Estima Hybrid
ที่มา:sanook