“ถ้าผมทิ้งไว้ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น” แห่ชมหนุ่มวินจยย.ใจหล่อ นั่งเฝ้าลูกค้าสาวสวยเมาไม่ได้สติยันเช้า

โลกออนไลน์แห่แชร์ภาพหนุ่มวินจยย.ใจหล่อ หลังพาผู้โดยสารสาวสวยซึ่งอยู่ในอาการเมามายไม่ได้สติ มาส่งที่หอพัก แต่สาวเจ้าเกิดเมาไม่ได้สติ จึงต้องนั่งเฝ้าเป็นเพื่อนจนเช้า ก่อนจะพาหญิงสาวไปส่งที่ห้อง ทำให้เกิดกระแสชื่นชมหนุ่มคนดังกล่าวอย่างกว้างขวาง โดยหนุ่มวิน จยย.รายนี้ชื่อนายราชการ หรือหม่ำ พิดขุนทด อายุ 20 ปี ซึ่งในวันเกิดเหตุหญิงสาวคนดังกล่าว ได้โบกเรียกหนุ่มวินจยย.จากย่านอาร์ซีเอ เพื่อให้ไปส่งที่ห้องพักย่านพญาไทแต่ระหว่างทางสาวคนดังกล่าวก็เริ่มไม่ได้สติ และทำท่าจะตกรถตลอดเวลา หนุ่มวินจยย. จึงได้ไปจอดที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง เพื่อซื้อน้ำไปล้างหน้าล้างตาหญิงสาว จากนั้นหญิงสาวก็อาเจียนออกมาและหลับไปทันที ซึ่งหนุ่มวิน ก็พยายามเรียกเท่าไรก็ไม่ตื่น ด้วยความเป็นห่วง เกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงได้นั่งเฝ้าจนถึงเช้า กระทั่งหญิงสาวตื่นและได้สติ หนุ่มวินจึงพาไปส่งที่หน้าห้องพักจนปลอดภัย

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดวุ่น!! แม่สามีวางแผนจ้างลูกน้องลักพาตัวหลานจากสะใภ้ เหตุรักหลานมาก

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 18 พ พ.ย. ด.ต.นัฐพงษ์ ศรีไสว ผบ.หมู่ จร.สภ.เมืองอุดรธานี กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่ที่ บขส.อุดรธานี แห่งที่ 1 ถนนสายอุทิศ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ได้มี น.ส.รัตนาวดี (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปีและนายวงปิยะ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี 2 สามีภรรยา เข้ามาแจ้งว่า ลูกสาวอายุ 4 ขวบถูกลูกจ้างโรงเรียนแม่ผัวลักพาตัว เหตุเกิดเมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

น.ส.รัตนาวดี ให้การว่า ได้แต่งงานกับนายวงปิยะ จนมีลูกสาว 1 คน ชื่อน้องบี (นามสมมุติ) อายุ 4 ขวบ ซึ่งพวกตนมีกิจการรีสอร์ท 2 แห่งอยู่ห่างกัน 700 เมตร ที่บ้านหนองบุ ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรฯ คือ บุษบารีสอร์ท 1 เป็นห้องเช่าแบบรายวัน และบุษบารีสอร์ท 2 เป็นห้องเช่าแบบรายเดือน ปกติแล้วตนจะดูแลกิจการรีสอร์ทกับลูกสาว ส่วนนายวงปิยะ สามีจะอยู่ อ.กระทุ่มแบน จะเดินทางมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ล่าสุดสามีเดินทางมาเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน

นางรัตนาวดี ให้การต่อไปว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมาได้มี น.ส.นา ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง อายุประมาณ 40 ปี ชาว อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ผิวสีดำ รูปร่างท้วม สวมแว่นสายตา เป็นคนงานในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งของแม่สามี ได้นั่งรถทัวร์ตามมาบอกว่าจะเอาเสื้อผ้ามาให้ และตนให้พักอยู่ในบุษบารีสอร์ท 1 ก่อนเกิดเหตุ เมื่อเวลา 11.00 น. เช้าวันนี้ น.ส.นา ได้ยืมรถ จยย.ของแม่ตน อ้างว่าจะขับขี่พาน้องบี ไปดูบุษบารีสอร์ท 2 จนเที่ยงวัน น.ส.นา ได้นำรถมาจอดหน้ารีสอร์ท แล้วก็หายไปพร้อมกับน้องบี ตนได้โทรศัพท์หา น.ส.นา ก็บอกว่าพาน้องบี มาหาพ่อที่ร้านสะดวกซื้อใกล้รีสอร์ท ตนนั่งรอ จนนายวงปิยะกลับมา ไม่เห็นน้องบี จึงโทรศัพท์หา น.ส.นา อีก กลับบอกว่ามาไกลแล้ว ไม่ต้องตาม ตนจึงรู้ว่า น.ส.นา ลักพาตัวน้องบี จึงออกตามหาที่ บขส.แห่งที่ 1 แต่ไม่พบ จึงแจ้งตำรวจให้ช่วยสกัดเส้นทางที่ น.ส.นา หลบหนี และมาแจ้ง พ.ต.ต.นันทพล เชื้อพรหมมา สว.สส.สภ.เมืองอุดรฯ เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.นา

พ.ต.ท.อาทิตย์ฯ เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งความ และสอบปากคำ พบว่านายวงปิยะ มีพิรุธหลายอย่าง จึงได้นำตัวทั้งสองมาให้ชุดสืบสวนสอบปากคำหาสาเหตุ หลังสอบปากคำทราบว่า น.ส.รัตนาวดี และ นายวงปิยะ 2 สามีภรรยา ซึ่งเป็นพ่อแม่ของน้องบี แต่งงานจดทะเบียนกันถูกต้องตามกฎหมาย เริ่มแรกทั้งสองอาศัยอยู่บ้านพ่อแม่นายวงปิยะ จนกระทั่งมีลูกคือน้องบี ซึ่งปู่และย่ารักหลานมาก แต่ระยะหลังทั้งสองมักจะมีทะเลาะมีปากเสียงกัน พ่อแม่นายวงปิยะจะเข้าข้างลูก ทำให้ น.ส.รัตนาวดี อึดอัดและได้หอบลูกหนีกลับมาอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่ จ.อุดรธานี

พ.ต.ท.อาทิตย์ฯ กล่าวต่อไปว่า นายวงปิยะ ได้เดินทางมาง้อเมียและเยี่ยมลูกเป็นประจำ แต่มาครั้งนี้ ได้มี น.ส.นา ซึ่งเป็นคนงานในโรงเรียนของแม่นายวงปิยะ ตามมาในตอนหลังด้วย และได้ลักพาตัวน้องบีไป ซึ่งขณะสอบสวนปากคำแม่นายวงปิยะ โทรศัพท์มาหา จนในที่สุดได้สารภาพกับตำรวจว่า แม่ได้วางแผนให้ น.ส.นา ให้มาเอาน้องไบร์ทไปหาปู่และย่า จึงขอให้ทั้งสองกลับไปไกล่เกลี่ยพูดคุยกันที่บ้าน เพราะว่าทั้งสองครอบครัว ต่างรักน้องบี ทุกคน ส่วนการดำเนินคดีตำรวจยังไม่ดำเนินคดีกับ น.ส.นา แต่ได้ประสานไปยังตำรวจท้องที่ ขอให้ตรวจสอบว่าน้องบี กลับถึงบ้านปู่ย่าหรือไม่ ถ้ายังไม่พบตัวน้องบี จะดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องทันที

ที่มา>>>ข่าวสด