ชนสยอง! เก๋งพุ่งชนราวสะพานเสียบทะลุหลังคา ไฟไหม้คลอก 2 ศพ ติดในรถ

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 3 ก.พ. ที่ จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงดอนหัวฬ่อ ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนถนนสายมอเตอร์เวย์  ฝั่งขาเข้าเมืองพัทยา  กิโลเมตรที่  59 +600  หมู่ที่  5  ตำบลบ้านเก่า อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี  จึงรุดไปที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกไหม้รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส  หมายเลขทะเบียนกจ  2841 กาฬสินธุ์  อย่างรุนแรง โดยรถคันดังกล่าวติดอยู่กับราวสะพาน  ตกลงไปข้างถนน และที่บริเวณหน้ารถมีเหล็กจากราวสะพานเสียบด้านหน้ารถจนทะลุออกหลังคา  เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามใช้น้ำฉีด นานกว่า 40 นาที  เพลิงจึงสงบ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารถคันดังกล่าวถูกไฟไหม้  จนเป็นเศษเหล็ก ไม่ทราบสี  และภายในรถมีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 คน นั่งอยู่ที่นั่งคนขับและเบาะหน้า   สภาพศพถูกไฟไหม้จนเกรียม จนไม่สามารถระบุเพศว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย  ซึ่งจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาพิสูจน์ว่าเป็นใครมาจากไหนต่อไป  ส่วนเอกสารภายในรถก็ถูกไฟไหม้จนหมดเช่นกัน

 เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คาดว่า รถคันดังกล่าวขับมุ่งหน้าที่จะไปพัทยา พอขับมาถึงที่เกิดเหตุอาจจะหลับไน  จนทำให้รถพุ่งชนราวสะพานเข้าอย่างเต็มแรง จนเกิดไฟลุกไหม้ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว
ที่มา>>>ข่าวสด

เพื่อนกอดศพโฮ!! เพิ่งแยกกันแท้ๆ นศ.หนุ่มดับสยอง-สลดฟันร่วงเกลื่อนถนน

เมื่อเวลาประมาณ 00.10 น. วันที่ 27 ม.ค. 60 ร.ต.ท.ณรงค์ ตาละอุปละ พนักงานสอบสวน สภ.ไชโย จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถพ่วง มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสายเอเชียขาออก (ขาขึ้นนครสวรรค์) ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 56-57 บริเวณหน้าร้านครัวไชโย หมู่ที่ 1 ต.ชัยฤทธิ์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลไชโย และเจ้าหน้าที่นักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง

ที่เกิดเหตุบนถนน พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ดำ หมายเลขทะเบียน กษจ-423 สุพรรณบุรี ล้มคว่ำอยู่กลางถนน ในสภาพด้านหน้าพังยับ ใกล้กันพบศพ นายสุวัฒน์ กลิ่นทวี อายุ 21 ปี อยู่หมู่ที่ 4 ต.ชัยฤทธิ์ อ.โชโย จ.อ่างทอง นอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพมีบาดแผลฉีกขาดที่บริเวณศีรษะ นอกจากนั้นบริเวณริมถนน พบรถพ่วงยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 70-3708 นนทบุรี หมายเลขทะเบียนตัวพ่วง 70-4215 นนทบุรี จอดเสียอยู่ในลักษณะเปิดไฟเลี้ยวแถบซ้ายเอาไว้ ที่บริเวณท้ายรถด้านขวามีร่องรอยถูกชน ที่พื้นถนนมีฟันของผู้เสียชีวิตร่วงอยู่เต็มพื้น

จากการสอบสวนนายพรศักดิ์ บุญมี อายุ 26 ปี อยู่หมู่ที่ 6 ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี คนขับรถพ่วง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ขับรถพ่วงบรรทุกขวดเบียร์เปล่ามาเต็มคันออกมาจาก อ.หนองแค จ.สระบุรี มุ่งหน้าจะไปส่งยังโรงงานเบียร์แห่งหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ รถตนเกิดมีปัญหาเสีย ไม่สามารถขับต่อไปได้ ตนจึงได้จอดรอความช่วยเหลืออยู่ริมถนน โดยเปิดไฟเลี้ยวด้านซ้ายเอาไว้ ระหว่างที่ตนจอดอยู่นั้น จู่ๆ รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ก็ได้ขับมาชนท้ายรถของตนอย่างแรง จนทำให้นายสุวัฒน์ คนขับรถจักรยานยนต์เสียชีวิต ตนจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

 ร.ต.ท.ณรงค์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุ นายสุวัฒน์ ผู้เสียชีวิตนั้น ทำงานเป็นพนักงานอยู่ที่โรงงานพลาสติกแห่งหนึ่งใน อ.ไชโย จ.อ่างทอง นอกจากนั้น ยังเป็นนักศึกษา ชั้น ปวช.3 แผนกวิชาช่างยนต์ ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทองด้วย ก่อนเกิดเหตุได้ไปแวะเที่ยวที่บ้านเพื่อน ซึ่งคาดว่าระหว่างเดินทางกลับบ้านอาจจะขับรถมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีรถพ่วงจอดเสียอยู่ริมถนน ประกอบกับบริเวณที่เกิดเหตุมืด ไม่มีไฟส่องสว่าง จึงขับรถชนท้ายรถพ่วงเข้าอย่างจัง เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนนายพรศักดิ์ คนขับรถพ่วง เพื่อหาสาเหตุอุบัติเหตุที่แน่ชัดต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เพื่อนผู้ตายทราบข่าวการเสียชีวิต เดินทางมาดูศพ ก็ถึงกับนั่งร้องไห้โฮกอดศพเพื่อนด้วยความเสียใจ หลังเพิ่งแยกกันกลับบ้านไม่นาน แต่เพื่อนกลับมาเสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

แจ้งเตือนเส้นทางหลัก พิษณุโลก-เพชรบูรณ์ ซ่อมแซมผิวถนนตลอดเส้นทาง

แขวงทางหลวงพิษณุโลก เขตที่ 2 (วังทอง) เตือนผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก ที่มีการซ่อมแซมผิวถนนตลอดเส้นทาง ควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัย ขณะความคืบหน้าของการปรับปรุงซ่อมแซมผิวถนนแล้วเสร็จ 80%แล้ว และจะสามารถคืนผิวถนนจราจร ได้ตามปกติก่อนสิ้นเดือนมกราคม 2560

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 59 นายสุพจน์ ศิริลักษณ์ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงพิษณุโลก เขตที่ 2 (วังทอง) เปิดเผยว่า ขณะนี้การก่อสร้างปรับปรุงถนนเส้นทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก –หล่มสัก ที่แขวงทางหลวงพิษณุโลก เขต 2 รับผิดชอบตั้งแต่ช่วงสี่แยกอินโดจีน ถึงเขตติดต่อ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ รวมระยะทางกว่า 90 กิโลเมตร ขณะนี้กำลังมีการปรับปรุงเส้นทาง เป็นระยะๆ เพื่อให้ได้มาตรฐานที่กำหนด ทำให้การจราจรในช่วงนี้อาจไม่สะดวก โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ จะมีประชาชนใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ทั้งการเดินทางกลับภูมิลำเนาและการเดินทางไปท่องเที่ยวตามถนนสายหมายเลข 12 ที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย โดยขณะนี้การปรับปรุงผิวการจราจรได้กว่า 80 % แล้ว และคาดว่าก่อนสิ้นเดือนมกราคม 2560 ก็จะสามารถคืนผิวจราจร ให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนได้ตามเดิม โดยในช่วงที่มีการก่อสร้างผิวการจราจรนั้นทางผู้รับเหมาก็จะมีการติดตั้งป้ายเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนตลอดระยะเส้นทาง

นายสุพจน์ ศิริลักษณ์ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงพิษณุโลก เขตที่ 2 (วังทอง) กล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าจะมีการปรับปรุงผิวการจราจร แต่ผู้ใช้รถใช้ถนนก็สามารถวิ่งทำความเร็วได้ตามปกติ หรือตามกฎหมายที่กำหนดไว้ แต่ใช้ในช่วงปีใหม่นั้นควรจะระมัดระวังเป็นพิเศษคือช่วง กม.ที่ 60-70 หรือบริเวณก่อนถึงแยกบ้านแยง ซึ่งบริเวณดังกล่าว มักเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ ซึ่งทางแขวงทางหลวงพิษณุโลก เขตที่ 2 ก็จะมีการนำป้ายขนาดใหญ่ไปติดตั้งไว้ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้สังเกตเห็นได้ชัดเจนและลดความเร็วลง เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ อย่างไรก็ตามก็ขอให้ขับขี่รถตามกฎหมายที่กำหนด เพื่อความปลอดภัยและความสูญเสียในช่วงเทศกาลปีใหม่ปีนี้อีกด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

คำสารภาพพ่อลูกอ่อน ลักรถยนต์เพราะกลัวลูกเปียกฝน

คำสารภาพพ่อลูกอ่อน ลักรถยนต์เพราะกลัวลูกเปียกฝน

            ความคืบหน้าคดีคนร้ายอุ้มเด็ก 3 ขวบก่อเหตุลักรถยนต์โตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 5กพ7147 กทม.ที่เต้นท์ขายรถ หมู่ 6 ถนนบางไผ่-หนองเพรางาย ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทองจ.นนทบุรี โดยทิ้งรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิ๊ก สีน้ำเงิน ทะเบียน กณ7422 กทม.ไว้ภายในเต้นท์รถ

จากนั้นได้ขับรถยนต์หนีจนเกิดอุบัติเหตุชนกับตอหม้อสะพานและแท่งปูนแบริเออร์ จนรถคันดังกล่าวได้รับความเสียหาย ส่วนคนร้ายได้อุ้มเด็กหลบหนีหลังเกิดเหตุ โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 17.51 น. ของวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (20 ก.ย.) เวลา 22.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี สืบทราบว่า บิดา-มารดาได้นำตัวนายวีรพันธ์ อายุ 24 ปี ซึ่งอุ้มลูกชายวัย 3 ขวบ ก่อเหตุลักรถยนต์ในเขตพื้นที่ สภ.บางบัวทอง เข้าทำการรักษาตัวที่ รพ.ศรีธัญญา ถนนติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปที่ รพ.ศรีธัญญา พร้อมประสานแพทย์เวรและแสดงหมายจับกุมตัว

จากการตรวจสอบประวัติการรักษาคนไข้แล้ว ไม่พบว่านายวีรพันธ์มีประวัติการรักษาอาการป่วยทางจิตที่นี่แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ทันที โดยมีการทำหนังสือจากทางแพทย์แนบท้ายไว้ว่า หากพบผู้ต้องหารายนี้มีอาการป่วยทางจิต ก็ให้นำตัวกลับมาพักรักษาอาการได้ในภายหลัง

จากการสอบสวน นายวีรพันธ์ ผู้ต้องหา ทราบว่า หลังก่อเหตุได้พาลูกชายนั่งรถแท็กซี่หลบหนีไปพักที่บ้านญาติย่านวงศ์สว่าง จากนั้นเช้าวันนี้ญาติได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าวเนื่องจากผู้ต้องหาเคยมีอาการทางประสาท

ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุครั้งนี้ เนื่องจากทะเลาะกับภรรยาจึงได้พาลูกชายวัย 3 ขวบ ขับรถจยย.ซึ่งเป็นรถของบิดาออกมาจากที่พักย่านสีลม โดยขับรถมาเรื่อยๆ เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุฝนตกถ้าขับรถจยย.ไปคงไปไม่ถึงบ้านพี่ชาย และกลัวว่าลูกชายจะเปียกฝนแล้วไม่สบาย จึงได้ก่อเหตุลักรถยนต์ดังกล่าวเพื่อขับไปหาพี่ชายที่ จ.กาญจนบุรี

ด้าน นายวีรยุทธ อายุ 32 ปี พี่ชายผู้ต้องหา กล่าวว่า น้องชายเวลาดื่มสุราเข้าไปสมองจะไม่ค่อยปกติ จากการที่เขาขับรถจยย.พาลูกชายไปบวกกับอาการที่เขาอดนอนมา 2-3 คืนแล้ว หลังจากที่มีปัญหากับที่บ้านและดื่มสุรามา เมื่อมาถึงเต้นท์รถน้องชายกลัวว่าลูกชายจะเปียกฝน เพราะว่าจะไปหาตนที่ จ.กาญจนบุรี ถ้าคิดจะขโมยรถคงไม่เอาลูกชายไปด้วย ตอนก่อเหตุนน้องชายคงไม่มีสติ

เบื้องต้น พบว่าเด็กชายวัย 3 ขวบเป็นลูกชายของผู้ต้องหา ชื่อ ด.ช.ไทด์ (นามสมมุติ) หลังเกิดเหตุรถยนต์ชนกับตอหม้อสะพาน ได้รับบาดเจ็บมีรอยช้ำที่หน้าอกซ้ายและแขนซ้ายญาติได้ดูแลไว้ ส่วนผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหา วิ่งราวทรัพย์ซึ่งหน้า

สำหรับอาการทางประสาทที่ญาติอ้างว่าผู้ต้องหามีอาการต้องรอแพทย์จาก รพ.ศรีธัญญา ตรวจรักษาและออกใบรับรองแพทย์ เพื่อนำมาประกอบสำนวนก่อนส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

นนทบุรี ตำรวจรวบตัวโจรพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 3 ขวบก่อเหตุลักรถยนต์ย่านบางบัวทองแล้ว

นนทบุรี ตำรวจรวบตัวโจรพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 3 ขวบก่อเหตุลักรถยนต์ย่านบางบัวทองแล้ว

นนทบุรี ตำรวจรวบตัวโจรพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 3 ขวบก่อเหตุลักรถยนต์ย่านบางบัวทองแล้ว

นนทบุรี ตำรวจรวบตัวโจรพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 3 ขวบก่อเหตุลักรถยนต์ย่านบางบัวทองแล้ว

นนทบุรี ตำรวจรวบตัวโจรพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 3 ขวบก่อเหตุลักรถยนต์ย่านบางบัวทองแล้ว

ที่มา:sanook

แฉสนั่น ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

           แฉสนั่น ! สาวสุดช้ำฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกแอบเอารถไปขับจนตกคลอง แถมก่อเรื่องอีกเพียบ แต่งเรื่องสารพัด บอกจะชดใช้ให้ทั้งค่าผ่อน ค่าซ่อม และซื้อรถใหม่ให้ แต่สุดท้ายไม่เห็นแม้แต่เงา

นับเป็นอีกหนึ่งเหตุอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่คิดจะฝากรถไว้กับคนรู้จัก หลังจากที่สาวคนหนึ่งได้ออกมาเปิดประสบการณ์สุดเจ็บช้ำที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ผ่านเฟซบุ๊ก Nes Cess เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 เล่าเรื่องหลังจากที่เธอตัดสินใจฝากรถไว้ที่คอนโดของพริตตี้ที่รู้จักกัน เพราะตัวเองต้องกลับต่างจังหวัดช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยไม่คาดว่าจะไม่ได้เห็นรถในสภาพเดิมอีกต่อไป

สำหรับเรื่องราวหลังจากนั้นเริ่มขึ้น เมื่อในช่วงเช้ามืดวันที่ 15 เมษายน อยู่ดี ๆ เธอก็ได้รู้ข่าวช็อกจากพริตตี้รายนี้ ที่แอบเอารถของเธอไปใช้และขับรถตกคลองน้ำเน่า ที่ซอยมหาดไทย แยก 18 โดยตอนแรกพริตตี้รายนี้ก็พยายามขอโทษที่แอบเอารถไปใช้ อ้างว่าต้องไปรับเพื่อนที่เมา แต่มาเจอแท็กซี่ที่พุ่งใส่รถเร็วมาก จึงต้องหักหลบจนรถตกคลอง

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

อย่างไรก็ตามหลังจากที่คุยไปเรื่อย ๆ และสอบถามพยานแวดล้อม ก็พบว่าพริตตี้รายนี้ยังโกหกประกัน ให้ทอมมารับว่าเป็นคนขับแทนทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายขับ แต่งเรื่องหลอกเธอ ซึ่งความจริงแล้วเป็นฝ่ายพริตตี้เองที่ถือวิสาสะเอารถคนอื่นไปขับ แล้วนำไปโม้กับคนในรถว่า ขับแต่รถแข่ง รถธรรมดาขับไม่ค่อยถนัด แถมยังอ้างชื่อคนดังว่าช่วยส่งตำรวจมาเคลียร์ให้ด้วย

  หลังจากเกิดเหตุ พริตตี้คนนี้ก็ถือวิสาสะเรียกประกันมาแทนเธอ ทั้งที่ตัวเองไม่มีใบขับขี่ อ้างว่าให้น้องในรถรับว่าเป็นคนขับแทนเพราะน้องมีใบขับขี่ อ้างว่าประกันออกเอกสารให้แล้ว แต่เมื่อเธอติดต่อประกันเข้าจริง ๆ ก็ปรากฏว่าคนที่รับแทนตอนแรก ปฏิเสธแล้วว่าไม่ใช่คนขับ และสารภาพว่าถูกพริตตี้บอกให้รับแทน เนื่องจากกลัวโดนตรวจเพราะมีสาร แถมตัวพริตตี้ยังโวยวายหนักจนตำรวจไม่อยากยุ่งมาก บอกให้ไปโรงพักก็ไม่ไป อ้างว่ามีคนเคลียร์ให้ คาดว่าคงเมายาจนมโนเรื่อง แต่ความซวยกับตกอยู่ที่เธอ

จากที่พูดคุยกันตอนแรก ฝ่านพริตตี้บอกจะรับผิดชอบให้ทุกอย่าง ทั้งค่างวด ผ่อนรถ ค่าซ่อมรถ แถมบอกว่าจะออกรถใหม่ให้ จากนั้นก็เอาเรื่องไปโพสต์ในเฟซบุ๊กของตัวเอง ทำตัวเองให้ดูดี แต่ขนาดเรื่องผ่านมาเดือนกว่าแล้ว รถของเธอก็ยังอยู่ในสภาพเน่า ๆ เหมือนเดิม และไม่สามารถถามหาความรับผิดชอบจากพริตตี้คนนี้ได้ ทั้งที่อีกฝ่ายอ้างว่าหาเงินได้มากมาย เคลียร์หนี้เป็นสิบล้านได้ แต่หนี้รถที่ต้องชดใช้ให้เธอไม่กี่แสนกลับทำไม่ได้

ทั้งนี้เธอขอยก ให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเหตุอุทาหรณ์และบทเรียนครั้งใหญ่สำหรับตัวเอง โดยใครที่อยากอ่านเรื่องราวฉบับเต็ม สามารถตามเข้าไปอ่านได้ในกระทู้ “พริตตี้จอมแถ! ขับรถตกคลอง! อุทาหรณ์สังคม!” ที่เธอลงเรื่องราวเต็ม ๆ พร้อมแชทฉบับเต็มกับพริตตี้จอมแถรายนี้ได้

ขณะที่ชาวเน็ตต่างพยายามตามหาว่าพริตตี้ดังกล่าวเป็นใคร แต่สุดท้ายกลับพบว่าพริตตี้รายนี้ปิดเฟซบุ๊กหนีไปแล้ว แถมยังเป็นพริตตี้โนเนม อย่างไรก็ตามในส่วนของคดีนั้น แนะนำให้สาวเจ้าของเรื่องแจ้งความและฟ้องร้องดำเนินคดี เพื่อเรียกค่าเสียหายจากพริตตี้รายนี้ เนื่องจากดูจากรูปการณ์แล้วประกันคงไม่จ่ายค่าซ่อมให้ ส่วนในด้านเอกสารหรือหลักฐานนั้นสามารถปรึกษากับทางประกันได้ เพราะคาดว่าบริษัทประกันน่าจะเคยพบเหตุเช่นนี้มาบ้าง และทราบดีว่าควรจะทำอย่างไร

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

 

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

 

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม
แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม
แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

 

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nes Cess