หลุดราคา Samsung Galaxy J5 (2017) พร้อมขายออนไลน์ด้วยราคาหมื่นต้นๆ

หลุดราคา Samsung Galaxy J5 (2017) พร้อมขายออนไลน์ด้วยราคาหมื่นต้นๆ

แม้ว่า Samsung Galaxy J5 (2017) สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ล่าสุดเว็บขายของออไลน์หลายที่ทางฝั่งยุโรปได้วางจำหน่าย Galaxy J5 (2017) กันแล้วครับแถมเคาะราคามาให้จัดเจนอีกต่างหาก

Samsung Galaxy J5 (2016)

สำหรับ Samsung Galaxy J5 (2017) ถือเป็นว่าที่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล J-Series ที่คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกันถึงสองรุ่นคือ Samsung Galaxy J5 (2017) และ Samsung Galaxy J7 (2017)

Samsung Galaxy J5 (2017)

โดยจากข้อมูลที่ใช้ประกอบการขายที่หน้าเว็บนั้นทำให้เราเห็นข้อมูลเบื้องต้นว่า Samsung Galaxy J5 (2017) จะมาพร้อมกับคุณสมบัติดังต่อไปนี้

– Samsung Galaxy J5 (2017) มาพร้อมหน้าแบบ HD Super AMOLED  ขนาด 5.2 นิ้ว
– กล้องหน้าและกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล
– ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat
– ความจำรอม (ROM) 16GB และสามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกได้ถึง 256GB, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 2GB
– สามารถเชื่อมต่อ LTE, NFC, WLAN, Bluetooth
– แบตเตอรี่ 3,000mAh
– ราคาขายคือ 279 ยูโร คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 10,698 บาท

สำหรับข้อมูลดังกล่าวนี้เป็นเพียงขอมูลที่หลุดออกมาจากร้านค้าออนไลน์ฝั่งยุโรปเท่านั้นครับ สำหรับบ้านเรายังไม่มีข้อมูลอะไรออกมาให้เห็นมากนัก


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์  ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO  ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ซัมซุงประกาศมาตรการเข้ม เพิ่มความมั่นใจในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ซัมซุงประกาศมาตรการเข้ม เพิ่มความมั่นใจในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดจากกรณีซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 ซัมซุงได้ออกมาตรการเข้มมากขึ้น เพื่อเป็นหลักประกันว่าเหตุการณ์เช่นนี้ จะไม่เกิดขึ้นอีก มาตราการดังกล่าวได้แก่infographic-multi-layer-saf

1. ซัมซุงใช้ “กระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยของแบตเตอรี่ทั้ง 8 จุด (8-Point Battery Safety Check)” ได้แก่

– Durability Test – เพิ่มระดับการทดสอบความทนทาน ไม่ว่าจะเป็น การประกอบแบตเตอรี่ ความอดทนต่อแรงกดดันในอุณหภูมิที่แตกต่าง การชาร์จอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน และอื่นๆ

– Visual Inspection – เป็นการตรวจสอบด้วยสายตาเพื่อเปรียบเทียบกับตัวอย่างของแบตเตอรี่ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าถูกต้องสอดคล้องกับเกณฑ์ทั้งในด้านมาตรฐานและวัตถุประสงค์

– X-Ray Test – เป็นการเอ็กซ์เรย์เพื่อตรวจหาสิ่งใดๆ ก็ตามที่อาจเป็นปัญหาของแบตเตอรี่ อาทิ การบิดตัวของขั้วไฟฟ้า ซึ่งเราพบว่าเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งของกรณีกาแลคซี่ โน้ต 7

– Disassembling Test – เป็นการถอดแยกส่วนประกอบของเซลล์แบตเตอรี่ออกเพื่อตรวจสอบคุณภาพโดยรวมอย่างละเอียด รวมถึงสภาพของการเชื่อมแถบขั้วไฟฟ้าและการบุเทปฉนวน

– TVOC Test – เป็นการทดสอบเพื่อตรวจจับว่ามีการรั่วไหลของกระแสไฟหรือไม่ แม้ว่าจะน้อยนิดที่สุดก็ตาม      โดยตรวจหาในระดับของส่วนประกอบแบตเตอรี่และอุปกรณ์ทั้งตัว

ΔOCV Test – เป็นการตรวจสอบสภาพของแบตเตอรี่โดยการทดสอบความเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟในสภาพอุณหภูมิปกติ

2. ซัมซุงใช้ “มาตรการตรวจสอบความปลอดภัยหลายชั้น (Multi-layer Safety Measures Protocol)” สำหรับเป็นขั้นตอนในการวางแผนการผลิตของซัมซุงให้มีกระบวนการหลากหลายพื่อความปลอดภัยของสมาร์ทดีไวซ์เพื่อเน้นย้ำความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ เริ่มตั้งแต่ กระบวนการออกแบบแบตเตอรี่ที่เน้นความปลอดภัย: ซัมซุงใช้มาตรฐานที่เข้มงวดยิ่งขึ้นกับวัสดุที่นำมาประกอบเป็นแบตเตอรี่ การออกแบบฮาร์ดแวร์: ซัมซุงเพิ่มพื้นที่ว่างระหว่างแบตเตอรี่กับแผงวงจรให้มากขึ้นเพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น อัลกอริทึ่มของซอฟต์แวร์: ซัมซุงปรับปรุงอัลกอริทึ่มใหม่สำหรับการควบคุมอุณหภูมิของแบตเตอรี่ขณะทำการประจุไฟฟ้า   การควบคุมกระแสไฟฟ้า และระยะเวลาที่ใช้ประจุไฟฟ้า

3. ซัมซุงได้จัดตั้งคณะที่ปรึกษาด้านแบตเตอรี่ ที่ได้รวมรวบทั้ง ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการและการค้นคว้า เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดของแบตเตอรี่และนวัตกรรม โดยคณะที่ปรึกษา ได้แก่

  • Clare Grey, Ph.D., Professor of Chemistry, University of Cambridge
  • Gerbrand Ceder, Ph.D., Professor of Materials Science and Engineering, UC Berkeley
  • Yi Cui, Ph.D., Professor of Materials Science and Engineering, Stanford University
  • Toru Amazutsumi, Ph.D., CEO, Amaz Techno-consultant

ซัมซุงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากรณีที่เกิดขึ้นจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะช่วยพัฒนาความปลอดภัยของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนไม่เพียงแต่ของซัมซุงเท่านั้น แต่ยังรวมทั้งอุตสาหกรรม และ ซัมซุงจะเผยแพร่บทเรียนอย่างต่อเนื่องเพื่อมาตราฐานความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้นinfographic-8-point-battery


“สำหรับชาวอำนาจเจริญ ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ อำนาจเจริญ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO อำนาจเจริญ ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

เผยโฉม Samsung Galaxy A (2017) พัฒนาการของมือถือระดับกลางให้เทียบเท่ามือถือเรือธง

เผยโฉม Samsung Galaxy A (2017) พัฒนาการของมือถือระดับกลางให้เทียบเท่ามือถือเรือธง

ในที่สุดมือถือในระดับ Mid End รุ่นใหม่อย่าง Samsung Galaxy A 2017 ได้เผยโฉมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 มกราคม ซึ่งปรับปรุงความสามารถทั้งสามารถกันน้ำได้ในระดับ IP68 เทียบเท่ากับ Samsung Galaxy S7 และ S7 edge พร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือ รองรับระบบการจ่ายเงินด้วย Samsung Pay, บอดี้โลหะ พร้อมกับเปลี่ยนช่องเสียบใหม่เป็นแบบ USB-C

แต่ความแตกต่างของแต่ละรุ่นนั้นเริ่มจาก Samsung Galaxy A7 2017 จะได้หน้าจอขนาด 5.7 นิ้วความละเอียด Full HD, CPU Octa Core ความเร็ว 1.9GHz, RAM 3GB, พร้อมกล้องหน้าและกล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล พร้อมกับรูรับแสง F1.9, ความจำในตัว 32GB และ เพิ่มได้ด้วย Micro SD และให้แบตเตอรี่ขนาด 3600 mAh รองรับเทคโนโลยี Fast Charge และมีให้เลือก 4 สีคือ ดำ, ทอง, ฟ้า, ชมพู

Samsung Galaxy A5 2017 จะแตกต่างกับ Samsung Galaxy A7 2017 ตรงที่หน้าจอลดขนาดลงมาเหลือ 5.2 นิ้วความละเอียด Full HD และแบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh รองรับ Fast Charge

ปิดท้ายด้วยน้องเล็กอย่าง Samsung Galaxy A3 2017 จะใช้หน้าจอขนาด 4.7 นิ้วความละเอียด HD, CPU Octa Core 1.6GHz, RAM 2GB, ความจำในตัว 16GB พร้อมกับเพิ่มความจำผ่าน Micro SD, กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล, กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล และมีแบตเตอรี่ขนาด 2350 mAh และแถม Fast Charge ด้วย สีสันก็เท่ากับ 2 รุ่นบน


“สำหรับชาวกาฬสินธุ์ ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ กาฬสินธุ์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO กาฬสินธุ์ ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

ไขข้อข้องใจ ชาร์จแบตเตอรี่อย่างไรให้ถูกหลัก

ไขข้อข้องใจ ชาร์จแบตเตอรี่อย่างไรให้ถูกหลักไขข้อข้องใจ ชาร์จแบตเตอรี่อย่างไรให้ถูกหลัก พร้อมวิธีการดูแลและถนอมแบตเตอรี ไม่ให้แบตเสื่อมเร็ว

สำหรับบทความที่เกี่ยวกับ วิธีการถนอมและยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่บนสมาร์ทโฟน เชื่อได้ว่า หลายๆ ท่านคงจะเคยอ่านผ่านตามาบ้าง แต่ข้อมูลจากแต่ละที่มักจะไม่ตรงกัน จนเกิดความสับสนว่า ควรจะเชื่อข้อมูลจากแหล่งใดกันแน่ อันที่จริงแล้ว ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรี่นั้น เกิดขึ้นมาจากการนำความเข้าใจในการชาร์จแบตเตอรี่แบบเก่ามาใช้เสียมากกว่า

ซึ่งก่อนที่สมาร์ทโฟนรุ่นปัจจุบัน จะใช้แบตเตอรี่แบบ Li-Ion นั้น คงจะจำกันได้ว่า แบตเตอรี่บนโทรศัพท์มือถือนั้น เป็นแบบ Nickel (นิกเกิล) ซึ่งมีวิธีการชาร์จที่แตกต่างจากแบตเตอรี่แบบ Li-Ion อยู่แล้ว แต่ก่อนที่จะอธิบายถึงแบตเตอรี่แบบ Li-ion นั้น เรามาทำความเข้าใจวิธีการทำงานของแบตเตอรี่แบบ Nickel กันก่อน1แบตเตอรี่แบบ Ni-MH

สำหรับแบตเตอรี่แบบนิกเกิล ที่เราได้ยินกันจนชินนั้น มีอักษรย่อว่า Ni-MH (Nickel-Metal-Hydride) ซึ่งพัฒนามาจากแบตเตอรี่รุ่นแรกอย่าง Ni-Cd (Nickel-Cadmium) โดยปรับปรุงให้มีความจุมากขึ้นในขนาดเท่าเดิม ซึ่งแบตเตอรี่แบบนี้ จะมีปัญหาเรื่อง Memory Effect ที่จะต้องทำการคลายประจุออกให้หมดเสียก่อน จึงจะชาร์จแบตเข้าไปใหม่ จาก 0% จนเต็ม 100% ได้ (Fully Discharged) จึงไม่น่าแปลกใจว่า โทรศัพท์มือถือเมื่อ 10 ปีก่อน ไม่ควรทำการชาร์จแบตบ่อยๆ ถ้าหากแบตยังไม่หมด เพราะจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว เนื่องมาจากปัญหา Memory Effect เพราะการชาร์จตอนที่แบตเตอรี่ยังไม่หมด จะเป็นสร้างความจำให้กับแบตเตอรี่ว่า มีความจุภายในน้อยลงนั่นเอง2แต่สำหรับแบตเตอรี่แบบ Lithium-Ion หรือ Li-Ion นั้น แตกต่างจากแบตเตอรี่แบบ Ni-MH อย่างสิ้นเชิง เพราะนอกจากจะปรับดีไซน์ให้มีขนาดเล็กลงแล้ว ยังตัดปัญหาเรื่อง Memory Effect ออกไปด้วย ทำให้สามารถชาร์จได้บ่อย และไม่จำเป็นต้องชาร์จจนเต็ม 100% ซึ่งแบตเตอรี่ประเภทนี้ จะมีสิ่งที่เรียกว่า Charge Cycle หรือ ตัวเลขที่ประมาณรอบการใช้งานของแบตเตอรี่ก่อนที่แบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อม อธิบายง่ายๆ ก็คือ สมมติว่า ใช้แบตเตอรี่จาก 100% จนเหลือ 50% แล้วนำไปชาร์จเพิ่มจนเต็ม 100% และใช้งานจนเหลือ 50% แบบนี้ จะนับเป็น 1 รอบ Charge Cycle ครับ

อันที่จริงแล้ว การที่แบตเตอรี่เริ่มเสื่อม ไม่ได้มีสาเหตุจากการใช้งานจนครบ Charge Cycle อย่างเดียว เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ไปลดรอบ Charge Cycle ให้ลดลง มีอะไรบ้าง มาดูกันครับ

ความร้อน ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว3อุณหภูมิที่ร้อนจัด หรือเย็นจัด ส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่โดยตรง ซึ่งเป็นกับทุกอุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่บรรจุ ไม่ใช่เฉพาะสมาร์ทโฟนเพียงอย่างเดียว อุณหภูมิที่เหมาะสมมากที่สุด ก็คือ อุณหภูมิห้อง นั่นเอง หลายๆ ท่านคงจะเกิดความสงสัยว่า ใครจะเสี่ยงเอาสมาร์ทโฟนไปใกล้กองไฟ หรือเปลวไฟ ความร้อนในที่นี้ รวมถึง การลืมสมาร์ทโฟนทิ้งไว้ในรถยนต์เช่นกัน ซึ่งเป็นสาเหตุลำดับต้นๆ ที่ทำให้แบตเตอรี่บนสมาร์ทโฟนเสื่อมเร็วขึ้น

หลายๆ ท่านคิดว่า การแช่แบตเตอรี่สำรองไว้ในตู้เย็น จะเป็นการยืดอายุของแบตเตอรี่ให้นานขึ้น เป็นความคิดที่ผิดนะครับ อย่าได้ไปลองทำกันเชียว

อย่าใช้จนแบตหมดเหลือ 0% และควรชาร์จเมื่อแบตเหลือ 50%4สำหรับแบตเตอรี่แบบ Li-Ion นั้น ไม่ควรใช้งานจนเหลือ 0% เพราะเป็นการทำร้ายแบตเตอรี่ทางอ้อม เนื่องจากแบตเตอรี่ประเภทนี้ ไม่ใช่แบบ Fully Discharged เหมือนแบตเตอรี่แบบ Ni-MH แต่ถ้าหากแบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0% เพราะความจำเป็น เนื่องจากหาที่ชาร์จแบตเตอรี่ไม่ได้ในเวลานั้น ให้รีบชาร์จให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

คำถามถัดมาก็คือ แล้วเราควรจะชาร์จแบตเมื่อลดลงไปกี่เปอร์เซ็นต์ ถึงจะส่งผลดีต่อตัวแบตเตอรี่?ซึ่งคำตอบนี้ ทาง Apple ได้เคยชี้แจงว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ก็คือช่วงที่แบตเตอรี่ลดลงเหลือราวๆ 50% จริงอยู่ที่แบตเตอรี่แบบ Li-Ion จะสามารถชาร์จได้บ่อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า แบตเตอรี่ลดลงจากเดิมแค่ 5-10% ก็เสียบสายชาร์จแล้ว ยิ่งทำแบบนี้บ่อยๆ ยิ่งทำให้แบตเสื่อมเร็วขึ้นครับ ฉะนั้น ข้อควรจำสำหรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบนี้ก็คือ อย่าปล่อยให้แบตหมดเหลือ 0% แล้วค่อยชาร์จ และอย่าชาร์จจนเต็ม 100% บ่อยๆ

โน้ตบุ๊ค เสียบสายชาร์จค้างไว้ ดีหรือไม่?5สำหรับผู้ที่ใช้งานโน้ตบุ๊ค คงจะสังเกตเห็นว่า เมื่อใดก็ตามที่ตัวเครื่องต้องประมวลผลหนัก อย่างเช่น เล่นเกมกราฟิกสูง หรือเปิดใช้งานโปรแกรมต่างๆ ตัวเครื่องจะร้อนจัด ซึ่งความร้อนนี้เอง ส่งผลต่ออายุของแบตเตอรี่โดยตรง จึงได้มีคำแนะนำว่า ถ้าหากเป็นโน้ตบุ๊คที่สามารถถอดแบตเตอรี่ได้ ให้ถอดแบตออกถ้าหากต้องเสียบปลั๊กไว้ตลอดเวลา แต่สำหรับโน้ตบุ๊คที่ไม่สามารถถอดแบตเตอรี่ออกได้ อย่างเช่น MacBook Air หรือ MacBook Pro ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากมีระบบตัดไฟเมื่อมีการชาร์จจนเต็มนั่นเอง

 จากข้อมูลข้างต้น มาดูกันดีกว่าว่า เพื่อถนอมให้แบตเตอรี่ใช้งานได้อย่างยาวนานขึ้น สิ่งที่ควรทำ และไม่ควรทำ มีอะไรกันบ้าง

1. ไม่ควรทิ้งไว้ข้ามคืนสำหรับการชาร์จในครั้งแรก

หลายๆ ท่านคงจะเคยได้ยินมาบ้างว่า การเปิดใช้งานโทรศัพท์มือถือครั้งแรก ควรจะชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้ข้ามคืน ซึ่งวิธีนี้ เหมาะสำหรับแบตเตอรี่แบบ Ni-MH เท่านั้น แต่ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ใช้แบตเตอรี่แบบ Li-Ion กันหมดแล้ว ฉะนั้น จะเสียชาร์จ หรือเลิกชาร์จเมื่อใดก็ได้

2. หลีกเลี่ยงการใช้งานอุปกรณ์ขณะชาร์จแบตเตอรี่

ทุกๆ ครั้งที่ทำการชาร์จแบตเตอรี่ ตัวเครื่องจะเกิดความร้อนสูงมากอยู่แล้ว แต่เมื่อใดที่ทำการชาร์จไปเล่นไปพร้อมกัน กระแสไฟที่ส่งเข้ามาจะเกิดการแบ่งไฟ ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณกระแสไฟสูงขึ้น ส่งผลทำให้ตัวเครื่องร้อนกว่าเดิม และแบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น ฉะนั้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานอุปกรณ์ขณะทำการชาร์จแบต เพื่อยืดอายุของแบตเตอรี่ให้นานมากขึ้น

3. อย่าใช้งานจนแบตหมดเหลือ 0%

การปล่อยให้แบตหมดเหลือ 0% คือการทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น แต่ถ้ามีความจำเป็นจริงๆ เนื่องจากไม่สามารถหาที่ชาร์จแบตได้ในตอนนั้น จะต้องรีบหาทางชาร์จแบตให้เร็วที่สุด เพราะการชาร์จแบตเตอรี่ในขณะที่แบตเตอรี่เหลือน้อยนั้น จะทำให้ตัวแบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าเดิม

4. ชาร์จแบตบ่อยๆ ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องชาร์จจนเต็ม

แบตเตอรี่แบบ Li-Ion นั้น ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0% แล้วค่อยชาร์จ สามารถเสียบชาร์จได้เลยตามต้องการ แต่มีข้อแม้ว่า ไม่ควรชาร์จจนเต็ม 100% และควรชาร์จเมื่อแบตเตอรี่ลดจนถึงระดับ 50% ส่วนการที่แบตเตอรี่ลดลงเพียง 5-10% แล้วเสียบชาร์จ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเช่นกัน

5. อย่าเก็บอุปกรณ์ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง

สำหรับใครที่ชอบลืม มือถือ ไว้ในรถเป็นประจำ ควรจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมนี้เสียใหม่ เพราะความร้อนนั้น ส่งผลทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วมากขึ้น นอกเหนือจากความร้อนแล้ว อุณหภูมิที่เย็นจัด ก็เป็นตัวการทำให้แบตเสื่อมเร็วเช่นกัน


“สำหรับชาวลำปาง ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ลำปาง ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ลำปาง ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

วิธีการดูแลแบตเตอรี่ให้เสื่อมช้าลง ด้วยการ “ห้ามทำ”…

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แบตเสื่อม

แบตเสื่อมเร็ว ก็ถือว่า เป็นปัญหาที่ผู้ใช้หลายราย กำลังเผชิญอยู่ด้วยเช่นกัน มีหลายท่านที่ใช้โทรศัพท์ได้ไม่ถึงปี กลับเกิดปัญหาเรื่องของ แบตเสื่อม แถมยังโทษ สมาร์ทโฟน ที่ซื้อมาด้วยว่า ไม่ดี ใช้ไม่ทน แต่กลับไม่ได้มองว่า เรามีพฤติกรรมการใช้ สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต อย่างไร ถูกต้องหรือไม่ มีวิธีการดูแลแบตเตอรี่ให้เสื่อมช้าลง ด้วยการ “ห้ามทำ” พฤติกรรมแบบนี้ กับ สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต ของเรา จะมีข้อห้ามอะไรบ้าง มาชมกันเลยดีกว่าครับ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แบตเสื่อม

การชาร์จแบตเตอรี่

การชาร์จแบตเตอรี่ ถือว่า เป็นปัจจัยหลักที่จะบ่งบอกได้ว่า แบตเตอรี่จะใช้ได้ยาวนาน หรือเสื่อมเร็วขึ้นกว่าเดิม สำหรับแท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน นั้น ควรจะปล่อยให้พลังงานแบตเตอรี่ เหลือเกิน 50% จะดีที่สุด ยิ่งเราปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือ 0% บ่อยๆ ยิ่งทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วมากขึ้นเท่านั้น และที่สำคัญ อย่าพยายามชาร์จจนเต็ม 100% เพราะนั่นก็คือเป็นสาเหตุที่ทำให้ แบตเตอรี่ค่อยๆ เสื่อมอายุลง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แบตเสื่อม

ความร้อน

หลายๆ ท่านคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ความร้อน คือศัตรูของแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion เลยทีเดียว ยิ่งเราทำให้ สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต เย็นมากแค่ไหน ก็จะยิ่งยืดอายุของแบตเตอรี่ได้ยาวนานเท่านั้น โดยความร้อนที่ว่านี้ ไม่ได้หมายถึง การชาร์จแบตเตอรี่บ่อยๆ เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงด้านการใช้งานด้วย โดยเฉพาะการเล่นเกม คงจะสังเกตเห็นกันบ้างว่า ถ้าหากเล่นเกมไปนานๆ ตัวเครื่องจะร้อนขึ้น แล้วยิ่งเล่นเกมไปชาร์จไปด้วย จะถือว่า เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้ง่ายเลยทีเดียว

 อ้อ… อีกอย่างก็คือ การชาร์จแบบไร้สาย จะทำให้แบตเสื่อมได้เร็วกว่า การชาร์จแบบปกติครับ เนื่องจากตัวเครื่อง จะต้องวางอยู่บนแผ่นความร้อนตลอดเวลาที่ทำการชาร์จ ฉะนั้น ถ้าเลี่ยงได้ ควรชาร์จแบตเตอรี่แบบเสียบสายชาร์จ จะดีกว่าครับ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การชาร์จแบบไร้สาย

อย่าปล่อยให้แบตหมดจนเหลือ 0%

เลข 0 คืออันตรายสำหรับแบตเตอรี่ครับ ผู้ใช้งานจะต้องคอยสังเกตด้วยว่า อุปกรณ์ของเรา เหลือแบตเตอรี่กี่เปอร์เซ็นต์ อย่าพยายามใช้จนแบตหมด และตัวเครื่องดับลงโดยเด็ดขาด เพราะแบตเตอรี่ประเภท Lithium-ion นั้น เมื่อใดก็ตามที่แบตเหลือ 0% จะเกิดอาการไม่เสถียร และเป็นอันตรายต่อการชาร์จมากทีเดียวผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พาวเวอร์แบงค์

อย่าใช้ที่ชาร์จของปลอม หรือไม่ได้มาตรฐาน

คงจะได้ยินข่าวกันบ่อย เรื่อง iPhone ระเบิดขณะชาร์จ ส่วนใหญ่เป็นเพราะที่ชาร์จแบตเตอรี่ที่ใช้อยู่นั้น เป็นของปลอมนั่นเอง โดยที่ชาร์จของแท้จากผู้ผลิต ปกติแล้วจะมีวงจรตัดกระแสไฟฟ้า เมื่อแบตเตอรี่เต็ม 100% แต่สำหรับที่ชาร์จของปลอมนั้น จะทำการปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าตลอดเวลา ทำให้ตัวเครื่องร้อน และเป็นสาเหตุทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วอีกด้วยครับ


“สำหรับชาวนครพนม ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ นครพนม ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO นครพนม ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎